จากขอทานสู่จอมเซียน ด้วยระบบบัญชาสรรพสิ่ง 007 ตระกูลหร่วนถูกฆ่าล้าง
จากขอทานสู่จอมเซียน ด้วยระบบบัญชาสรรพสิ่ง 007 ตระกูลหร่วนถูกฆ่าล้าง
‘นี่ก็คือทักษะอย่างนั้นหรือ’
จางหยวนจู๋ยื่นมือออกไป ลูบไล้ไปตามใบมีดเบา ๆ
เขาสัมผัสได้ถึงพื้นผิวโลหะอันเป็นเอกลักษณ์ที่ปลายนิ้ว นัยน์ตาหรี่ลงเล็กน้อย
เดิมทีเขาคิดว่าเพียงแค่เรียนรู้วิชาดาบได้สำเร็จ ช่องของทักษะก็จะเกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้น ทว่ามันกลับไม่มีความเปลี่ยนแปลงอันใดมากมายเลย
จนกระทั่งวันนี้ ความเข้าใจที่เขามีต่อวิชาดาบนิรนามนั้นไม่ได้ด้อยไปกว่าสัญชาตญาณทางร่างกายหลังจากที่บัญชามีดหักเลย ในที่สุดช่องของทักษะก็เกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้นมาเสียที
ทว่าในฐานะที่เป็นวิชาดาบแรกที่เขาเรียนรู้ได้หลังจากมาเยือนโลกใบนี้ การจะเรียกมันว่า ‘นิรนาม’ ก็ดูจะไม่เหมาะสมเท่าใดนัก เช่นนั้นก็ให้เรียกว่า...
“วิชาดาบกักอสรพิษก็แล้วกัน”
หวังว่าหลังจากวันพรุ่งนี้ไป เขาจะสามารถปลดปล่อยอสรพิษที่ถูกกักขังให้ขึ้นมาจากน้ำ และแหวกว่ายไปทั่วโลกหล้าได้อย่างอิสระเสรี
จางหยวนจู๋ใช้เศษผ้าขี้ริ้วห่อมีดหักเอาไว้ แล้วนำมาเหน็บไว้ที่เอว
ชั่วขณะที่ความคิดแล่นปลาบ
[ทักษะ: วิชาดาบนิรนาม] ได้แปรเปลี่ยนเป็น [วิชาดาบกักอสรพิษ]
มือข้างหนึ่งกุมด้ามมีดไว้ ในส่วนลึกของจิตใจ ป้ายรับทหารก็ค่อย ๆ ลอยขึ้นมาปรากฏอยู่บนใบไม้สีเขียว
[คุณสมบัติ: บำรุงกาย] เริ่มแสดงประสิทธิภาพ ชดเชยข้อบกพร่องที่อยู่ภายในร่างกาย
ขอทานน้อยเงยหน้าขึ้น พายุหิมะยังคงพัดกระหน่ำเช่นเดิม
เขาก้าวเท้าเดิน มุ่งหน้าไปยังถนนสายที่คุ้นเคย
กรอด! กรอด!
หิมะที่หนาทึบถูกเหยียบย่ำจนอัดแน่น คิ้วของจางหยวนจู๋ขมวดเข้าหากันเล็กน้อย
เขาไม่ได้ยินเสียงอันคุ้นเคยนั้นเลย
ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็เดินเลี้ยวพ้นมุมถนนไป
ภาพที่ปรากฏแก่สายตาก็คือกลุ่มขอทานกลุ่มใหญ่ บ้างยืนบ้างนั่ง ล้อมรอบพื้นที่ว่างเปล่าแห่งหนึ่ง เพื่อรอคอยการแจกจ่ายข้าวต้มในช่วงเที่ยงของวันนี้
“หิมะตกหนัก วันนี้จะไม่มาแจกข้าวต้มแล้วกระนั้นหรือ”
จางหยวนจู๋พึมพำเสียงแผ่ว
ร่างเงาอันคุ้นเคยทั้งสองร่างนั้น ไม่ได้ปรากฏให้เห็นในระยะสายตาเลย
ทว่าเมื่อนึกถึงหิมะที่ตกหนักในวันนี้ การที่พี่น้องสกุลหร่วนจะไม่มาก็ถือว่าสมเหตุสมผลอยู่
หมุนตัวกลับ!
แล้วเดินกลับไปตามเส้นทางเดิมที่จากมา
ทว่าเบื้องหลังกลับมีเสียงเอะอะโวยวายดังขึ้น
“ท่านผู้ใจบุญผู้เปี่ยมด้วยความเมตตากรุณาทั้งสอง เหตุใดจึงยังไม่มาอีก หากไม่มีข้าวต้มชามนั้น แล้วจะให้พวกเรามีชีวิตรอดต่อไปได้อย่างไร”
“ใช่แล้ว เหตุใดจึงไม่มา ตลอดสองเดือนมานี้ ไม่ว่าหิมะจะตก ลมจะแรง ฝนจะสาด ท่านผู้ใจบุญทั้งสองก็ไม่เคยขาดหายไปเลยแม้แต่ครั้งเดียว”
ฝีเท้าที่จางหยวนจู๋กำลังก้าวเดินหยุดชะงักลงอย่างกะทันหัน นิ้วทั้งห้ากำด้ามมีดเอาไว้แน่น
พริบตาต่อมา เขาก็ก้าวเท้ายาว ๆ เดินมุ่งหน้าไปยังจวนสกุลหร่วน
ใช้เวลาประมาณหนึ่งก้านธูป เขาก็เดินข้ามผ่านถนนมาถึงสี่ห้าสาย จนมาถึงถนนที่ค่อนข้างสะอาดสะอ้านสายหนึ่ง
ถนนปูด้วยแผ่นหินสีเขียว บนพื้นมีเกล็ดหิมะปกคลุมอยู่บาง ๆ เห็นได้ชัดว่าได้รับการปัดกวาดทำความสะอาดอยู่เป็นประจำ
จางหยวนจู๋เดินไปตามถนนได้เพียงไม่กี่ก้าว กลิ่นสนิมเหล็กคาวคลุ้งก็ลอยมาเตะจมูก
นั่นคือกลิ่นอันเป็นเอกลักษณ์ของเลือด
เขาเดินชิดริมกำแพง เร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น ไม่นานจวนอันหรูหราก็ปรากฏแก่สายตา
สิงโตหินสองตัวหมอบอยู่เบื้องหน้าจวน บนแผ่นป้ายเหนือประตูจารึกตัวอักษรที่ไม่รู้จักเอาไว้สองตัว
ที่นี่ก็คือจวนสกุลหร่วน
ทว่าในยามนี้ประตูจวนสกุลหร่วนถูกเปิดกว้างออก มือปราบแต่ละคนเดินเข้าออกกันขวักไขว่ พายุหิมะพัดหอบเอากลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งลอยมากระทบจมูกอย่างต่อเนื่องไม่ขาดสาย
“เกิดเรื่องแล้ว!”
รูม่านตาของจางหยวนจู๋หดเกร็งลงเล็กน้อย
เขาไม่ได้เดินเข้าไปสอบถามแต่อย่างใด
ท้ายที่สุดแล้ว ด้วยสภาพของเขาในยามนี้ บรรดามือปราบเหล่านั้นก็คงจะไม่บอกกล่าวสิ่งใดแก่เขาอยู่ดี หนำซ้ำอาจจะจับกุมเขาไปยัดข้อหาโดยตรงเลยก็เป็นได้
จางหยวนจู๋รีบกวาดสายตามองไปรอบ ๆ บริเวณจวน ร่างหลายร่างก็ปรากฏขึ้นในสายตา
‘อยู่นี่จริง ๆ ด้วย!’
นั่นคือขอทานหลายคนที่สวมเสื้อผ้าขาดรุ่งริ่ง นอนคุดคู้ล้มลงอยู่ตรงมุมกำแพงโดยไม่มีผู้ใดให้ความสนใจ
ด้วยการกระทำอันเป็นกุศลของหร่วนชิง ย่อมดึงดูดขอทานจำนวนไม่น้อยให้มารวมตัวกันอยู่รอบ ๆ จวน เพื่อขอเศษอาหารประทังชีวิตอย่างแน่นอน
ระหว่างที่กำลังครุ่นคิด เขาก็หลุบศีรษะลง พยายามลดการมีตัวตนของตัวเองให้เหลือน้อยที่สุด แล้วเดินตรงไปยังขอทานเฒ่าที่อยู่ใกล้ที่สุดคนหนึ่ง
ตัวยังเดินไปไม่ถึง เสียงที่เต็มไปด้วยความท้อแท้สิ้นหวังก็ดังหลุดออกมาจากปากเสียก่อน
“เฮ้อ! สกุลหร่วนเกิดเรื่องอันใดขึ้นกันแน่ ป่านนี้แล้วยังไม่มีการแจกจ่ายข้าวต้มเลย”
บนใบหน้าที่เต็มไปด้วยคราบสกปรกของขอทานเฒ่าแฝงไปด้วยความโศกเศร้าอาดูร เมื่อได้ยินเสียง เขาก็ขยับตัวเล็กน้อย หันมามองจางหยวนจู๋
เมื่อมองเห็นรูปลักษณ์ของเขาชัดเจนแล้ว ก็เอ่ยปากด้วยน้ำเสียงแหบพร่า
“ข้าวต้มรึ”
“เจ้าหนู เจ้าเองก็เคยได้รับความช่วยเหลือจากท่านผู้ใจบุญทั้งสองมาแล้วสินะ”
“น่าเสียดาย เรื่องแบบนั้น มันจะไม่มีวันเกิดขึ้นอีกแล้ว”
จางหยวนจู๋หลุบตาลง นัยน์ตาทอประกายเย็นเยียบ เขาก้าวเดินเข้าไปใกล้ขอทานเฒ่า
“ท่านหมายความว่า พวกนางตายแล้วอย่างนั้นหรือ”
ขอทานเฒ่าเอนหลังพิงกำแพง ดวงตาฝ้าฟางจ้องมองขึ้นไปยังท้องฟ้าอันมืดมิดอึมครึม
“ข้าเห็นศพของนายท่าน ฮูหยิน อนุภรรยา และบ่าวไพร่ของสกุลหร่วน ถูกหามออกมาทีละศพ ๆ”
“ภายใต้โศกนาฏกรรมการฆ่าล้างตระกูลเช่นนี้ คุณหนูใหญ่และคุณหนูรองของสกุลหร่วน ก็คงจะสิ้นใจไปแล้วกระมัง”
รูม่านตาของจางหยวนจู๋สั่นไหวเล็กน้อย ภายในใจยังคงหลงเหลือความหวังอยู่ริบหรี่
ในเมื่อขอทานเฒ่าไม่ได้เห็นศพ นั่นก็หมายความว่าหร่วนชิงอาจจะยังไม่ตาย
“ตกลงแล้วเป็นฝีมือผู้ใดกัน” แม้จะรู้ดีว่าย่อมไม่ได้รับคำตอบ แต่เขาก็ยังอดไม่ได้ที่จะถามออกไป
ขอทานเฒ่าส่ายหน้าไปมา ไม่ได้เอ่ยคำใด
ฟู่~
เขาพ่นลมหายใจอึดอัดออกมาคำหนึ่ง
จางหยวนจู๋เดินหลบไปอยู่ด้านข้าง นั่งยอง ๆ ลงตรงมุมกำแพง พยายามลดการมีตัวตนของตัวเองให้เหลือน้อยที่สุด
ทว่าสายตาของเขากลับจ้องเขม็งไปที่บรรดามือปราบที่กำลังเดินเข้าออกอยู่ตลอดเวลา
เขามองดูศพแต่ละศพถูกลำเลียงออกไป สิ่งของมีค่าชิ้นแล้วชิ้นเล่าถูกหามออกไป ห่อผ้าที่ถูกยัดจนพองโตถูกสะพายออกไปจากที่แห่งนั้น
เวลาล่วงเลยผ่านไป ความมืดมิดของยามราตรีมาเยือน พายุหิมะพัดกรรโชกแรง
บนเรือนร่างของเขามีเกล็ดหิมะตกลงมาปกคลุมจนกลายเป็นชั้นบาง ๆ แล้ว
“จากไปกันหมดแล้วหรือ”
เสียงทุ้มต่ำนั้น จางหายไปท่ามกลางพายุหิมะ
จางหยวนจู๋หยัดกายลุกขึ้นยืน สะบัดเกล็ดหิมะที่เกาะอยู่ตามร่างกายออก ขยับแขนขาที่ค่อนข้างแข็งเกร็งอยู่หลายที
เขาเหลือบมองขอทานเฒ่าที่ปราศจากลมหายใจไปแล้วซึ่งอยู่ด้านข้างแวบหนึ่ง ก่อนจะเบนสายตาไปมองกำแพงที่อยู่เบื้องหน้า
เขากอบกำฝุ่นดินบนพื้นขึ้นมาลวก ๆ แล้วนำมาละเลงทาบนใบหน้า
ทันใดนั้นฝ่าเท้าก็ออกแรง พุ่งทะยานไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว แล้วกระโดดทะยานขึ้น
เขาอาศัยการเหยียบย่ำลงบนกำแพง พลิกตัวข้ามไปโดยตรง
ตึง!
จางหยวนจู๋ทิ้งตัวลงสู่พื้น เขาขยับแขนขาที่ชาหนึบอยู่เบา ๆ หลายที
นี่ก็คือผลลัพธ์จากการฝึกฝนวิชาดาบมาตลอดหลายวัน ต้องรู้ไว้ก่อนว่าทักษะการห้ำหั่นต่อสู้อันสมบูรณ์แบบแขนงหนึ่งนั้น ไม่เคยเป็นเพียงแค่การแกว่งไกวดาบยาวไปมาก็จบเรื่องได้เลย
ทั้งจังหวะการก้าวเท้า การหลบหลีก การบุกทะลวง และทักษะการรวบรวมพลัง ล้วนครอบคลุมอยู่ในนั้นทั้งหมด
เขาทอดสายตามองไปเบื้องหน้า ก็เห็นแต่ความเละเทะ ข้าวของเครื่องใช้สารพัดชนิดกองสุมระเกะระกะอยู่ภายในลานกว้าง
จางหยวนจู๋ก้าวเท้าเดินไปข้างหน้า ข้ามผ่านเศษไม้ที่แตกหักพังทลาย รวมไปถึงคราบเลือดที่กระเซ็นเป็นหย่อม ๆ มุ่งหน้าไปยังห้องที่กว้างขวางที่สุด
เอี๊ยด!
บานประตูที่แง้มเปิดอยู่ครึ่งหนึ่งถูกผลักออก
ว่างเปล่ายังคงเป็นความว่างเปล่า แม้กระทั่งแผ่นไม้กระดานบนพื้นก็ยังถูกงัดแงะออกไปจนหมด เผยให้เห็นพื้นดินที่ถูกปูลาดด้วยปูนขาว
จางหยวนจู๋มีสีหน้าไร้อารมณ์ เขากวาดสายตามองไปรอบ ๆ หนึ่งรอบ แล้วจึงปิดประตูบานใหญ่ลง
จากนั้นก็มุ่งหน้าไปยังห้องอื่น ๆ ต่อไป
ทั้งห้องรับแขก โถงใหญ่ ห้องพักของบ่าวไพร่... ล้วนถูกค้นหาไปทีละห้อง ทว่านอกจากคราบเลือดและความว่างเปล่าแล้ว ก็ไม่มีสิ่งของใดหลงเหลืออยู่อีกเลย
“ฆ่าล้างตระกูล!”
จางหยวนจู๋มีสีหน้าเย็นชา จวนสกุลหร่วนนั้น ถูกฆ่าล้างบางไม่เว้นแม้แต่ไก่หรือสุนัขจริง ๆ
เขาผลักบานประตูที่อยู่เบื้องหน้าออกไปอีกครั้ง
เอ๊ะ!
แม้ว่าห้องนี้จะถูกรื้อค้นกวาดต้อนไปจนเกลี้ยงเกลา ทว่าก็ยังคงมองเห็นร่องรอยการตกแต่งอันประณีตงดงามที่เคยมีอยู่ก่อนหน้านี้ได้
สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ เขาไม่เห็นคราบเลือดเลย
เขาก้าวเท้าข้ามธรณีประตูเข้าไป พิจารณามองดูภายในห้องอย่างละเอียดถี่ถ้วน กระดาษม้วนหนึ่งที่ถูกฉีกทึ้งและขยำจนยับยู่ยี่ปรากฏเข้าสู่สายตา
เขาเก็บก้อนกระดาษนั้นขึ้นมา ค่อย ๆ คลี่ออก รูปภาพลวดลายต่าง ๆ ก็ปรากฏให้เห็นทีละอย่าง อีกทั้งยังมีตัวอักษรที่ไม่รู้จักอีกจำนวนหนึ่งด้วย
“แผนที่บริเวณรอบ ๆ อย่างนั้นหรือ”
จางหยวนจู๋คาดเดาเอาเอง เขาเห็นตัวอักษรที่มักจะปรากฏอยู่เหนือประตูเมืองเจียงสุ่ยอยู่เป็นประจำ ปรากฏอยู่ในจุดวงกลมจุดหนึ่ง
น่าเสียดายที่เขาไม่รู้จักตัวอักษรของโลกใบนี้ จึงไม่อาจฟันธงได้อย่างแม่นยำนัก
ท้ายที่สุดแล้ว ร่างเดิมของเขาก็ไม่มีคุณสมบัติพอที่จะได้สัมผัสหรือเรียนรู้ตัวอักษรของโลกใบนี้เลย
ชั่วขณะที่ความคิดแล่นปลาบ ก้อนกระดาษในมือก็อันตรธานหายไป
[บัญชา: [ระดับปุถุชน] กระดาษ (คุณสมบัติ: ไม่มี)]
จางหยวนจู๋สับเปลี่ยนป้ายรับทหารขึ้นมาใหม่อีกครั้ง แล้วนำก้อนกระดาษเก็บเข้าไปในอกเสื้อ
เขาค้นหาภายในห้องอย่างละเอียดถี่ถ้วนอีกหนึ่งรอบ เมื่อไม่พบสิ่งใดเพิ่มเติม จึงค่อยเดินจากไป
มุ่งหน้าไปยังห้องที่ยังไม่ได้ทำการค้นหาต่อไป
[จบตอน]
ความคิดเห็น (0)
เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น