บทที่ 14 - สวีต้าเม่าจอมยุแยง
ที่ปากตรอก ร่างหนึ่งค่อยๆ เดินเข้ามา
ใกล้จะถึงเทศกาลตรุษจีนแล้ว ทุกบ้านต่างเตรียมตัวต้อนรับปีใหม่ บางบ้านทำความสะอาดบ้าน ปัดกวาดเช็ดถูตั้งแต่บนลงล่างเพื่อขจัดความซวย
บางบ้านออกมาจับจ่ายซื้อของ ไม่ว่าจะเป็นของกินหรือของใช้ แม้สิ่งของจะขาดแคลน แต่ธรรมเนียมที่สืบทอดกันมาก็ต้องจัดให้ครึกครื้นสักหน่อย
พวกผู้ใหญ่นั่งตากแดดอยู่หน้าบ้าน พูดคุยสัพเพเหระ เดินหมากรุก นั่งเม้าท์มอย เหน็ดเหนื่อยมาทั้งปีก็ถือโอกาสนี้พักผ่อนหย่อนใจ
เด็กๆ จับกลุ่มเล่นเกมต่างๆ ไม่ว่าชายหรือหญิง ไม่มีใครคอยคุม พอถึงเวลาอาหารก็กลับบ้านเอง ไม่ต้องมีใครมาตามหาให้วุ่นวาย
หยางเสี่ยวเทาเดินไปตามถนน สัมผัสถึงกลิ่นอายวิถีชีวิตที่เป็นเอกลักษณ์ของยุคสมัย และสัมผัสได้ถึงสายตาแปลกๆ จากคนรอบข้าง
สายตาเหล่านั้น มีทั้งความโกรธ ความสงสาร ความเสียดาย และความดูถูกเหยียดหยาม
หยางเสี่ยวเทารู้ดีว่าเรื่องนี้ต้องเกี่ยวข้องกับข่าวลือแน่นอน
แต่เขาก็ไม่ได้อธิบายอะไร เขาไม่ได้ข้องแวะกับคนในละแวกนี้อยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องเปลืองน้ำลาย
ไม่งั้น คนตั้งเยอะแยะจะให้ตามไปอธิบายถึงเมื่อไหร่?
อีกอย่าง ของปลอมก็คือของปลอม ข่าวลือมักหยุดอยู่ที่คนมีปัญญา ขอแค่มีใครตั้งใจตรวจสอบสักหน่อย เดี๋ยวความจริงก็ปรากฏ
หยางเสี่ยวเทามั่นใจว่าพวกเดรัจฉานในบ้านสี่ประสานไม่กล้าทำให้เรื่องบานปลายหรอก ถ้าเรื่องแดงไปถึงหูหัวหน้าหวัง เข้าข่ายจะกลายเป็นทำคุณบูชาโทษ ยกหินทุ่มใส่เท้าตัวเองเปล่าๆ
หยางเสี่ยวเทาไม่สนใจ เดินตรงเข้าบ้านสี่ประสาน
พอถึงประตูบ้าน ตรงหัวมุมก็มีคนเดินออกมา รูปร่างผอมสูง หน้าตายาวเหมือนลาบ่งบอกเอกลักษณ์ชัดเจน ริมฝีปากมีหนวดหรอมแหรม จะเป็นใครไปได้ถ้าไม่ใช่สวีต้าเม่า
วันนี้สวีต้าเม่าหน้าตาผ่องใส ช่วงเช้าไปซ้อมใช้เครื่องฉายหนังที่โรงงานจนได้รับคำชมจากพ่อ ช่วงเที่ยงยังได้เลี้ยงข้าวหัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์ เรื่องจะได้เป็นคนฉายหนังของโรงงานเหล็กกล้านับว่าแน่นอนแล้ว
ขอแค่ผ่านการสอบมะรืนนี้ ก็จะได้รับเงินเดือนเดือนละ 42.5 หยวน เทียบกับซ่าจู้ที่เป็นแค่พ่อครัวระดับเก้าแล้ว เขาเหนือกว่าเยอะ
ถึงตอนนั้นต้องไปอวดเบ่งต่อหน้ามันสักหน่อย
ใจเป็นสุข หน้าตาก็ย่อมเบิกบาน
พอดื่มเหล้ามานิดหน่อย เดินโงนเงนทักทายคนไปทั่ว พอดีมาเจอหยางเสี่ยวเทาที่เพิ่งกลับมา ดวงตาก็กลอกกลิ้งแล้วยิ้มร่าเข้ามาหา
หยางเสี่ยวเทาก็เห็นสวีต้าเม่าเหมือนกัน สำหรับวิญญูชนจอมปลอมแห่งบ้านสี่ประสานคนนี้ เขาไม่มีความรู้สึกดีๆ ให้แม้แต่นิดเดียว
ถ้าบอกว่าซ่าจู้โดนสูบเลือดสูบเนื้อ นั่นเพราะมันเต็มใจให้เขาหลอก แม้คนดูจะรู้สึกอึดอัดขัดใจ
แต่พอพูดถึงสวีต้าเม่า หยางเสี่ยวเทาแทบอยากจะกระโดดถีบหน้าลาๆ นั่นสักสองที คนคนนี้มันเลวจริงๆ
เลวถึงขนาดแฉเมียตัวเอง แจ้งจับพ่อตา ถ้าจะบอกว่านั่นเป็นการต่อสู้ทางชนชั้น ใครก็คงว่าอะไรไม่ได้ แต่ตัวเองดันเสวยสุขจากผลประโยชน์ที่เมียหามาให้ ใช้ชีวิตหรูหราสุขสบาย แต่ลับหลังกลับเอามีดแทงข้างหลัง นี่มันหมาป่าตาขาวชัดๆ
คนแบบนี้ถ้าเกิดเร็วกว่านี้สักยี่สิบสามสิบปี ต้องเป็นคนขายชาติขายแผ่นดินแน่นอน
หยางเสี่ยวเทาไม่สนใจเขา เดินตรงไปที่ประตูใหญ่ พ่อบ้านสามเหยียนฟู่กุ้ยกำลังเล่นหมากรุกจีนอยู่กับเพื่อนบ้านตรงประตู
ตอนนั้นเองพวกเขาก็เห็นหยางเสี่ยวเทา ประกายตาหลังเลนส์แว่นวูบไหว แต่ก็ไม่ได้ทักทายอะไร
สวีต้าเม่าเดินมาถึง และเดินผ่านประตูใหญ่ไปพร้อมกับหยางเสี่ยวเทา จากนั้นก็ตะโกนไล่หลังว่า "เสี่ยวเทา น้องเสี่ยวเทา!"
หยางเสี่ยวเทาหยุดเดิน มองหน้าลาๆ ที่ยื่นเข้ามาใกล้ แล้วถอยหลังไปครึ่งก้าวอย่างแนบเนียน
"น้องเสี่ยวเทา อาการบาดเจ็บหายดีแล้วเหรอ?"
"พี่ชายไม่ได้ตั้งใจจริงๆ นะ ดูสิ พี่ชายไม่สบายใจเรื่องนี้มาหลายวัน กินไม่ได้นอนไม่หลับเลย"
"ดูขอบตาดำๆ นี่สิ ดูสิ"
พูดพลางชี้ไปที่ตาตัวเอง หลายวันมานี้เขาอดหลับอดนอนอ่านหนังสือท่องจำบท จะไม่มีขอบตาดำได้ยังไง?
"สวีต้าเม่า มีอะไรก็พูดมา ถ้าคุณไม่หนาว ผมยังขี้เกียจยืนฟัง!"
หยางเสี่ยวเทาพูดอย่างไม่สบอารมณ์ สวีต้าเม่าหัวเราะแหะๆ
"เสี่ยวเทา ไม่ใช่พี่ชายจะว่านะ เรื่องขี้ปะติ๋วแค่นี้เอง ต้องเก็บมาใส่ใจด้วยเหรอ?"
หยางเสี่ยวเทาแค่นหัวเราะ "งั้นผมหวดคุณสักไม้ คุณลองดูไหมล่ะ?"
สวีต้าเม่าจุกจนพูดไม่ออก แต่ก็รีบเปลี่ยนสีหน้าทันที "แบบนั้นไม่ได้หรอก นั่นมันทำผิดกฎระเบียบนะ"
"พอเถอะ มีอะไรก็รีบพูด"
เห็นคนรอบข้างเริ่มมองมา โดยเฉพาะสีหน้ามีความหมายแฝงของพ่อบ้านสาม หยางเสี่ยวเทารู้สึกเหมือนกินของเน่า อยากจะรีบเดินหนีไปให้พ้นๆ
สวีต้าเม่าไม่เกรงใจอีก ขยับเข้าไปใกล้แล้วกระซิบ กลิ่นกระเทียมหึ่งจนหยางเสี่ยวเทาต้องขมวดคิ้ว
"คราวนี้คุณต้องระวังตัวให้ดีนะ"
"สองวันมานี้ คุณคงไม่รู้สินะ ในลานบ้านเราเหมือนพายุลง ลมพัดตึงตังอยู่บนหัวทั้งวัน"
"โดยเฉพาะหญิงชราเจี่ย โดนสำนักงานถนนลงโทษให้ไปกวาดถนน แกด่าคุณทุกวัน แทบอยากจะกินเลือดกินเนื้อคุณเลย"
"แล้วก็ไอ้ซ่าจู้นั่น วันๆ เอาแต่กำหมัด รอจะหักขาคุณอยู่นะ คุณต้องระวังตัวไว้"
"พี่ชายคนนี้ ก็ถือว่าไม่ตีกันไม่รู้จัก เรามันก็คนบ้านเดียวกันอยู่หน้าบ้านหลังบ้าน โตมาด้วยกันตั้งแต่ใส่กางเกงผ่าเป้า นิสัยใจคอพี่ชายเป็นยังไงคุณก็รู้ ถ้ามีอะไรให้พี่ชายช่วย บอกมาคำเดียว พี่ไม่ปฏิเสธแน่นอน"
สวีต้าเม่าตบหน้าอกแสดงความจริงใจ แววตาดูซื่อสัตย์สุดๆ
"ผมจะให้ผีช่วยคุณน่ะสิ!"
หยางเสี่ยวเทาเบ้ปาก ทิ้งท้ายไว้ประโยคเดียวแล้วเดินเข้าลานกลางไป ปล่อยให้สวีต้าเม่ายืนงงอยู่กับที่
ใบหน้าสวีต้าเม่ากระตุก "ถุย ถุย ถุย หมางับลวี่ต้งปิน ไม่รู้เจตนาดีของคนอื่น" (สำนวน: ทำคุณบูชาโทษ)
"ไอ้สารเลวไร้การอบรม สักวันแกจะต้องร้องไห้"
แต่เขาก็แค่เก่งแต่ปาก เพราะตอนนี้พ่อเขากำชับไว้ว่าห้ามก่อเรื่อง
หยางเสี่ยวเทาเดินผ่านลานหน้ามาถึงลานกลาง ก็เห็นผู้หญิงคนหนึ่งนั่งยองๆ อยู่ข้างก๊อกน้ำ ถือกะละมังซักผ้าเสียงดังฉับๆ ดูรูปร่างก็รู้ว่าเป็นฉินไหวหรู
กวาดตามองแวบหนึ่ง หยางเสี่ยวเทาก็เดินผ่านไปเลย
บอกว่าชาตินี้ไม่ขอเกี่ยวข้องกันอีก ก็คือไม่เกี่ยวข้อง มองแวบเดียวยังถือว่ามากไป
ฉินไหวหรูเงยหน้าขึ้น มองตามหลังหยางเสี่ยวเทาที่เดินไกลออกไป แววตาฉายความเคียดแค้น ใครใช้ให้เขาเกือบทำลายเรื่องดีๆ ของเธอล่ะ?
ถ้าไม่ใช่เพราะเลือดพรหมจรรย์ในคืนเข้าหอวันนั้น ชีวิตวันหน้าของเธอจะเป็นยังไง? จะมีจุดยืนในบ้านเจี่ยได้ยังไง?
ชีวิตนี้ของเธอ เกือบจะพังทลายไปแล้ว
"ไอ้สารเลวสมควรตาย ขอให้ซวยไปตลอดชีวิต"
ด่าในใจเสร็จ ก็เห็นเหออวี่สุ่ยเดินออกมาจากบ้าน สีหน้าของเธอก็เปลี่ยนเป็นยิ้มแย้มทันที
"อวี่สุ่ย จะออกไปข้างนอกเหรอจ๊ะ"
"พี่ฉิน"
เหออวี่สุ่ยเดินเข้ามาทักทายอย่างสนิทสนม "หนูนัดเพื่อนไว้ว่าจะไปเที่ยวกัน เดี๋ยวถ้าพี่ชายหนูกลับมา ฝากพี่บอกเขาหน่อยนะคะ"
"ได้จ้ะ พวกเธอวัยรุ่นหนุ่มสาว ก็ต้องออกไปเปิดหูเปิดตา สานสัมพันธ์ พบปะโลกภายนอกบ้าง"
"ไปเถอะ เดี๋ยวพี่บอกซ่าจู้ให้"
"จริงสิ เธอมีเสื้อผ้าจะซักไหม? เดี๋ยวพี่ซักให้เลย จะได้ไม่ยุ่งยาก"
ฉินไหวหรูทัดผมที่ข้างหู พูดจาอย่างเป็นกันเองและผ่อนคลาย
ความจริง ตอนที่ฉินไหวหรูมาอยู่บ้านสี่ประสานพักที่บ้านหยาง เธอก็สืบรู้ตื้นลึกหนาบางของคนในบ้านนี้หมดแล้ว ตอนนั้นที่เธอซักผ้าให้บ้านหยาง ก็มักจะช่วยซักให้เหออวี่สุ่ยด้วย ตอนนี้มาเป็นสะใภ้บ้านเจี่ย ความสัมพันธ์ยิ่งต้องแน่นแฟ้นขึ้นไปอีก
"ไม่เป็นไรค่ะ หนูกลับมาซักเองได้!"
เหออวี่สุ่ยรีบปฏิเสธ
"อุ๊ย พี่ฉินขยันจังเลยนะครับ บ้านผมก็มีเสื้อผ้ากองอยู่ สนใจจะช่วยสงเคราะห์ไหมครับ?"
สวีต้าเม่าที่เดินตามมาข้างหลัง พอดีเดินเข้ามาในลาน ได้ยินบทสนทนาก็เลยมายืนอยู่ข้างๆ สายตาโลมเลียเรือนร่างอวบอัดของแม่ลูกอ่อน โดยเฉพาะใบหน้าขาวผ่องนั่น คำพูดคำจาก็แฝงแววแทะโลม
"ไปๆๆ มีมือมีตีน ก็ไปซักเองสิ"
คนฉลาดอย่างฉินไหวหรูมีหรือจะไม่รู้นิสัยสวีต้าเม่า อีกอย่างเป้าหมายตอนนี้คือต้องสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับพ่อบ้านหนึ่ง ซึ่งพ่อบ้านหนึ่งดูแลบ้านเธอและบ้านซ่าจู้เป็นพิเศษ เห็นชัดว่าเป็นพวกเดียวกัน
ส่วนสวีต้าเม่า เหอะ ไม่เกี่ยวอะไรด้วย
"พี่ฉิน ผมก็มีมือมีตีน แต่ซักได้ไม่สะอาดเท่าพี่ฉินหรอกครับ"
สวีต้าเม่าฉวยโอกาสเดินเข้าไปใกล้ มองดูหยางเสี่ยวเทาที่เดินเข้าบ้านไปแล้ว ถึงพูดขึ้นว่า "พี่ฉิน เจ้านั่นกลับมาแล้วนะ ตอนเดินเข้าประตูมา ผมอุตส่าห์เตือนมัน ให้มันมาขอโทษขอโพยพี่กับพี่ตงซวี่"
"พี่รู้ไหมมันว่ายังไง?"
ฉินไหวหรูปรายตามอง ไม่อยากให้บรรยากาศเงียบเกินไปเลยถามตามน้ำ "ว่ายังไงล่ะ? คงไม่ถึงกับด่านายหรอกนะ"
"พี่สาวคนสวยของผม พี่เดาถูกเป๊ะเลย"
"เจ้านั่นมันไม่รู้จักเจตนาดีของคนอื่น นอกจากจะไม่สำนึกผิดแล้ว ยังบอกว่าตัวเองไม่ผิดอีก"
"พี่ฟังดูสิ คนทั้งลานบ้านเขารู้กันหมดว่ามันทำเรื่องบัดซบอะไรไว้ มาถึงตอนนี้ยังจะกล้าบอกว่าตัวเองถูกอีก"
สวีต้าเม่าพูดใส่อารมณ์อย่างเผ็ดร้อน เห็นได้ชัดว่าลืมเรื่องที่เกิดขึ้นในงานแต่งงานวันนั้นไปหมดแล้ว ก็ไม่แปลก เพราะข่าวลือที่แพร่สะพัดในช่วงนี้มีแต่ข้อมูลด้านเดียว จนทำให้หลายคนเลือกที่จะเชื่อแบบนั้น คิดว่านั่นคือความจริง
ส่วนเรื่องน่าอายในอดีต ก็ถูกเขี่ยทิ้งออกจากสมองไปนานแล้ว
สวีต้าเม่าก็เป็นคนแบบนี้ อะไรที่เป็นประโยชน์กับตัวก็จำ อะไรที่ไม่ดีกับตัวก็ลืม
นี่คือสันดานจำแต่เรื่องกินไม่จำเรื่องเจ็บ
มองดูรอบๆ ยังมีแม่บ้านจับกลุ่มคุยกันอยู่สองสามคน สวีต้าเม่าไม่กล้าเข้าไปใกล้มากนัก แต่กลับยืนค้ำหัว มองลอดคอเสื้อลงไปอย่างจาบจ้วง
แถมยังค่อยๆ นั่งยองลง จ้องตาเป็นมัน
"พี่ฉิน อยากให้น้องชายคนนี้ช่วยระบายแค้นให้ไหม?"
"อย่างอื่นไม่กล้าคุย แต่ขอแค่พี่สั่งมาคำเดียว น้องชายคนนี้จะพุ่งเข้าไปเป็นคนแรกเลย"
ฉินไหวหรูวางมือจากงาน เงยหน้าปรายตามองเขา ด้วยสายตายั่วยวนที่ทำเอาสวีต้าเม่าแทบเคลิ้ม
"สั่งอะไรกันล่ะจ๊ะ ในลานบ้านเรามีพ่อบ้านทั้งสามคอยดูแล จะมาถึงมือผู้หญิงอย่างฉันได้ยังไง อีกอย่าง ก็ยังมีพี่เจี่ยของนายอยู่ทั้งคนไม่ใช่เหรอ?"
สวีต้าเม่าหุบปาก "ใช่ๆ พี่ฉินพูดถูก"
"แต่ไอ้หมอนั่นมันรับมือยากนะ มีคนช่วยเพิ่มอีกแรงก็มีกำลังมากขึ้นไม่ใช่เหรอ"
"ความหวังดีของต้าเม่า พี่ขอรับไว้ด้วยใจ แต่พี่ไม่อยากก่อเรื่องก่อราว อยากจะใช้ชีวิตสงบๆ มากกว่า"
พูดจบ ฉินไหวหรูก็เลิกสนใจสวีต้าเม่า หันไปพูดกับเหออวี่สุ่ย "อวี่สุ่ย ไม่ต้องเกรงใจพี่หรอก บ้านเธอก็มีแต่พี่ชายที่วันๆ เอาแต่ทำตัวเป็นลูกผู้ชาย ไม่รู้จักดูแลน้องสาว วางใจเถอะ เดี๋ยวพี่ไปเอาที่ห้องเธอเอง"
"งั้นขอบคุณพี่ฉินมากนะคะ!"
"ขอบคุณอะไรกัน รีบไปเถอะ เดี๋ยวเพื่อนจะรอนาน!"
"จ้า ไปแล้วนะ"
เหออวี่สุ่ยยิ้มร่าวิ่งออกจากประตูไป ส่วนฉินไหวหรูก็ก้มหน้าซักผ้าต่อ
พวกป้าๆ ในลานบ้านเห็นเข้า ต่างก็พากันชื่นชมว่าฉินไหวหรูจิตใจดี
สวีต้าเม่าเห็นไม่มีใครสนใจ ก็รู้สึกหน้าแตก ไม่รั้งรออยู่ต่อ ก้าวเท้าเดินไปทางลานหลังบ้าน
เดินไปก็บ่นพึมพำในใจ
วันหน้าถ้าจะหาเมีย ต้องหาที่สวยกว่านี้ และถ้าเป็นไปได้ต้องเป็นคนที่กินข้าวหลวง (มีงานทำ/เป็นคนเมือง)
ไม่งั้น คงยอมให้บ้านเจี่ยข่มแย่?
จริงสิ ยังมีซ่าจู้อีก
ต้องหาที่ดีกว่ามัน ให้มันอกแตกตายไปเลย
วินาทีนี้ ความปรารถนาที่จะหาเมียสวยๆ ของสวีต้าเม่า รุนแรงยิ่งกว่าครั้งไหนๆ
(จบแล้ว)
ความคิดเห็น (0)
เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น
เข้าสู่ระบบยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น