บทที่ 20 - ให้ทุกข์แก่ท่านทุกข์นั้น

บทที่ 20 - ให้ทุกข์แก่ท่านทุกข์นั้น

บทที่ 20 - ให้ทุกข์แก่ท่านทุกข์นั้นถึงตัว

ในโรงงานที่สาม หัวหน้าโรงงานหวังกั๋วต้งพาคนคุมสอบเดินเข้ามาในโรงงาน ใบหน้าเคร่งขรึม

พอเห็นหัวหน้ามา ทั้งโรงงานก็เงียบกริบ

ด้านหลังมีคนคุมสอบตามมาสองคน

หนึ่งในนั้น คือหัวหน้าชุดคุมสอบครั้งนี้

เห็นท่าทีปั้นปึ่งเป็นทางการของทั้งสอง คนที่จะสอบก็เริ่มใจสั่น

คนคุมสอบ ในโรงงานแม้จะไม่เป็นที่รัก แต่ก็ไม่มีใครกล้าหือ

ไม่เป็นที่รักเพราะปกติคนคุมสอบจะเข้มงวดเรื่องคุณภาพ บางทีกดสเปคยิกๆ ผิดนิดเดียวก็ตีเป็นของเสีย ทำให้ความพยายามครึ่งค่อนวันสูญเปล่า

ไม่กล้าหือเพราะพวกเขามีอำนาจสูงสุดในมือ ขอแค่ข้อมูลผ่านเกณฑ์ ก็ถือว่าผ่าน

ในเรื่องคุณภาพ พวกเขาขึ้นตรงต่อเลขาธิการพรรคโรงงาน แม้แต่ผู้จัดการโรงงานพูดยังไม่ค่อยจะฟัง

และเพราะความเข้มงวดแบบนี้แหละ ผลผลิตของโรงงานเหล็กกล้าถึงได้มีชื่อเสียงดี ได้รับความสำคัญจากเบื้องบน

หวังกั๋วต้งยืนอยู่ข้างหน้า กวาดตามองรอบๆ แล้วตะโกน "คนที่เข้าสอบให้อยู่ที่เครื่องจักร คนอื่นถอยไปข้างๆ!"

สิ้นเสียง คนจำนวนมากก็ผละออกจากเครื่องจักร ไปรวมกลุ่มดูอยู่ด้านหลัง

โรงงานที่สามมีคนสามร้อยกว่าคน ออกไปเกินครึ่ง เหลืออยู่แค่เจ็ดแปดสิบคน

ในจำนวนคนที่ออกไป หลายคนรู้ตัวว่าไม่ไหวก็สละสิทธิ์ อีกส่วนคือไม่มั่นใจ อยากเรียนรู้ไปอีกสักพัก

ต้องรู้ไว้ว่า สอบไม่ผ่านมันขายขี้หน้านะ

หวังกั๋วต้งมองคนที่เหลือ พอใจในระดับหนึ่ง อย่างน้อยคนพวกนี้ก็ยังมีความกระตือรือร้น

"ช่างกลึง ระดับหนึ่ง อยู่ต่อ!"

สิ้นเสียง คนก็เดินออกไปอีก เหลืออยู่ที่เครื่องจักรแค่สิบกว่าคน

พวกนี้คือเด็กฝึกงานที่เข้าโรงงานเมื่อปีก่อน อยากจะลองวัดดวงดูสักครั้ง

หยางเสี่ยวเทายืนอยู่ที่เดิม ข้างหน้าไม่ไกลคือโจวเผิง ทั้งสองสบตากัน ให้กำลังใจกัน

พอยืนยันคนสอบแล้ว คนคุมสอบคนหนึ่งก็เริ่มลงทะเบียนข้อมูล พอตรวจสอบถูกต้อง ก็เริ่มการสอบ

ตอนนั้นเอง คนคุมสอบอีกคนก็ดึงกระดาษแผ่นหนึ่งออกมาจากกระเป๋าข้างเอว บนนั้นวาดรูปเฟืองตัวหนึ่ง นี่คือชิ้นงานที่จะใช้สอบในครั้งนี้

แต่ทว่า พอชิ้นงานนี้ถูกโชว์ออกมา คนรอบข้างฮือฮากันใหญ่

แม้แต่หวังกั๋วต้งที่ยืนข้างๆ ก็ขมวดคิ้ว มองคนคุมสอบด้วยสายตาไม่เป็นมิตร

"กัวกง (ช่างกัว) ปีนี้ทำไมเป็นอันนี้?"

"ของสิ่งนี้ ให้ช่างระดับสองทำยังต้องใช้เวลา เอามาสอบระดับหนึ่งจะเหมาะเหรอ?"

หวังกั๋วต้งซักถาม ระดับของคนงานในโรงงานมันเกี่ยวพันถึงเกียรติยศของส่วนรวม ถ้าครั้งนี้สอบระดับหนึ่งแล้วตกกันระนาว จะไม่กลายเป็นตัวตลกเหรอ?

กัวเลี่ยงได้ยินก็ไม่โกรธ "หัวหน้าหวัง จับฉลากได้อันไหนก็อันนั้นแหละครับ"

"แบบนี้ก็เพื่อป้องกันการโกง อีกอย่างชิ้นส่วนนี้ก็อยู่ในขอบเขตงานของช่างกลึงระดับหนึ่ง เอามาสอบก็สมเหตุสมผลดี"

"ฮึ่ม"

หวังกั๋วต้งรู้ว่าพูดไปก็เปล่าประโยชน์ ได้แต่แค่นเสียง หวังว่าเจ้าหนูพวกนี้จะกู้หน้าให้ได้บ้าง

กัวเลี่ยงเห็นหวังกั๋วต้งแบบนี้ ในใจก็บ่นอุบ

"อี้จงไห่ หลิวไห่จง ครั้งนี้เพื่อพวกแกสองคน ฉันต้องล่วงเกินหัวหน้าหวังเลยนะ"

เรื่องมีอยู่ว่าเมื่อเย็นวาน อี้จงไห่กับหลิวไห่จงไปหาเขาที่บ้าน

บอกว่าในบ้านสี่ประสานมีคนจะสอบช่างกลึงระดับหนึ่งวันนี้ คนนี้ฝีมือไม่เอาไหน แต่อยากจะลักไก่ให้ผ่าน

โดยเฉพาะจิตใจอำมหิต ไม่เคารพคนแก่ แถมยังเข้ากับคนอื่นไม่ได้ แปลกแยกจากมวลชน ถ้าคนแบบนี้สอบผ่านเป็นพนักงานโรงงาน จะไม่ทำให้โรงงานเสียชื่อเสียงเหรอ?

ในฐานะคนคุมสอบ ย่อมต้องคิดถึงโรงงาน

ถ้ามีปลาเน่าตัวเดียวทำเหม็นไปทั้งข้องจริงๆ ถึงเวลาสืบสาวราวเรื่องมา เขาต้องรับผิดชอบด้วย

ดังนั้น เลยเกิดเรื่องวันนี้ขึ้น

ส่วนคนอื่นๆ ที่เข้าสอบ ก็ถือว่าโดนลูกหลงไป

แต่ว่า ในฐานะคนคุมสอบ การเข้มงวดกวดขัน ก็เป็นความหมายของการสอบวัดระดับไม่ใช่เหรอ?

คิดได้ดังนั้น กัวกงก็มองไปที่ชายหนุ่มในกลุ่มคนด้วยความจริงจัง

หลังฝูงชน อี้จงไห่เห็นชิ้นงานสอบที่เอาออกมา ก็เอามือไขว้หลังเดินกลับ

เขาไม่เชื่อหรอกว่าเด็กฝึกงานที่ทำงานมาสองเดือนจะทำได้ ครั้งนี้ถือเป็นบทเรียน ถ้ากลับตัวกลับใจได้ก็ดี

ไม่งั้น ครั้งหน้าก็อย่าหวังว่าจะผ่าน

เห็นชิ้นงานที่ต้องทำให้เสร็จภายในสิบนาที คนเข้าสอบสิบกว่าคนหน้าถอดสี บางคนถึงกับถอดใจยอมแพ้ บางคนไม่ยอมแพ้ กะจะลองเสี่ยงดู เผื่อฟลุ๊คทำสำเร็จ

หยางเสี่ยวเทาเห็นชิ้นส่วนแล้ว ไม่ได้แสดงอาการอะไร เพียงเปิดเครื่องเงียบๆ เตรียมอุปกรณ์และวัสดุให้พร้อม รอเริ่มงาน

สิ้นเสียงสั่งอย่างจำใจของหวังกั๋วต้ง การสอบวัดระดับก็เริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการ

หยางเสี่ยวเทาสัมผัสถึงความคุ้นเคยจากเครื่องมือ ข้อมูลต่างๆ ของชิ้นงานผุดขึ้นในสมอง แล้วลงมือทำอย่างคล่องแคล่ว

ตอนที่หยางเสี่ยวเทาเริ่มสอบ หลายคนก็มองมา

หวังฝ่าเดิมทีก็กังวล แต่พอเห็นชิ้นงานค่อยๆ เป็นรูปเป็นร่างในมือหยางเสี่ยวเทา ความเร็วนั้น รูปแบบนั้น เขาใจชื้นขึ้นมาทันที

คนงานคนอื่นเห็นก็พยักหน้า ช่างกลึงระดับสองหลายคนดูแล้วยังทึ่ง การทำงานที่รวดเร็วแบบนี้ เทียบกับพวกเขาแทบไม่ต่างกันเลย

แน่นอน คนที่นิ่งสงบแบบหยางเสี่ยวเทามีไม่เยอะ คนสอบสิบกว่าคนมีแค่สามสี่คนที่พอไหว ที่เหลือเหงื่อตก มือไม้ปั่นป่วน

เห็นสภาพแบบนี้ หวังกั๋วต้งหน้าเสีย ถ้าสอบรอบนี้เป็นแบบนี้หมด อัตราการผ่านของโรงงานที่สามคงดูไม่จืด

คิดแล้วก็ชำเลืองมองกัวเลี่ยงข้างๆ

ตอนนี้ ในสมองกัวเลี่ยงก็เต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ

ไหนบอกว่าฝีมือไม่เอาไหน?

ดูงานที่ใกล้จะเสร็จนั่นสิ นี่เรียกว่าไม่เอาไหน?

เขาเป็นคนตรวจงานมาหลายปี ชิ้นงานระดับนี้แค่มองแวบเดียวก็รู้เกรด เจ้านี่มันระดับดีเยี่ยมขึ้นไปชัดๆ

พอมองไปที่คนอื่นที่หน้าดำคร่ำเครียดเพราะโจทย์ข้อนี้ ในใจเขาก็รู้สึกแย่สุดๆ

สัมผัสได้ถึงเสียงหายใจฮึดฮัดของหัวหน้าโรงงานข้างๆ ก็พอเดาความโกรธได้

ตอนนี้ เขาเริ่มสงสัยแล้วว่าอี้จงไห่กับหลิวไห่จง ยืมมือเขามาเล่นงานโรงงานอื่นรึเปล่า

โดยเฉพาะช่วงใกล้สิ้นปี แต่ละโรงงานแย่งชิงตำแหน่งโรงงานดีเด่นกันดุเดือด ดีไม่ดีเขาอาจจะโดนหลอกใช้เข้าให้แล้ว

"อี้จงไห่ หลิวไห่จง!"

"พวกแกคอยดูเถอะ!"

มองดูสนามสอบแวบหนึ่ง กัวเลี่ยงไม่อยากอยู่ต่อ ทิ้งคนไว้คุมสอบคนหนึ่ง แล้วเดินหันหลังกลับไปทางโรงงานที่หนึ่ง

ห้องน้ำโรงงาน

สวีต้าเม่าชูหินก้อนหนึ่ง ย่องเบาๆ เข้าไปด้านหลัง

ใบหน้าตื่นเต้น ในใจตึงเครียดนิดหน่อย แถมยังมีความรู้สึกสะใจแบบโรคจิตที่ได้ทำชั่ว

ซ่าจู้เข้าไปสักพักแล้ว น่าจะใกล้เสร็จ เวลาเร่งด่วน โอกาสอยู่ตรงหน้า ถ้าปล่อยไปคงหาโอกาสยากแล้ว

คิดได้ดังนั้น สวีต้าเม่ากะระยะห่างจากบ่อขี้สามเมตร ลองกะน้ำหนักมือ แล้วปาลงไปในบ่อขี้ตรงใกล้ๆ ทางออก

เขาก็วัดดวงว่าซ่าจู้อยู่ตรงนั้น

และความจริง ซ่าจู้วิ่งเข้าห้องน้ำก็เลือกหลุมที่ใกล้ที่สุด ตอนนี้เพิ่งจะเสร็จธุระกำลังดึงกางเกง

ทันใดนั้น ได้ยินเสียงตู้มดังมาจากข้างหลัง จากนั้นก็รู้สึกถึงของเหลวพุ่งสวนขึ้นมาจากข้างล่าง ทิ้งรอยยาวไว้บนกางเกงและเสื้อ

พริบตาเดียว กลิ่นเหม็นเน่าก็ตลบอบอวลไปทั้งตัว

"ใคร ใครมันทำวะ?"

"พ่อจะฆ่าแก!"

ซ่าจู้โกรธจัดจะพุ่งออกไป แต่ลืมว่ากางเกงยังดึงไม่ขึ้น ตัวเซถลาลงไปกองกับพื้น พอลุกขึ้นใส่กางเกงวิ่งออกไป ก็เห็นแค่เงาคนไกลๆ เลี้ยวเข้าโรงงานไป

"เย็ดเป็ด!"

ซ่าจู้ตะโกนลั่น ไม่สนคราบสกปรกบนตัว วิ่งไล่เงาคนนั้นไปทางโรงงาน

สวีต้าเม่าพอได้ยินเสียงคำรามของซ่าจู้ ก็รู้ว่าเข้าเป้าแน่ วิ่งหนีสุดชีวิตไม่หันหลังกลับ

จนกระทั่งวิ่งเข้าไปในโรงงาน เบียดเสียดเข้าไปในฝูงชนถึงค่อยสงบใจได้ หายใจให้ทั่วท้อง แสร้งทำเป็นคุยกับคนงานรอบๆ หาที่ยืนเนียนๆ

ขณะที่คุยกัน การสอบชิ้นงานข้างหน้าก็เสร็จสิ้น

หยางเสี่ยวเทายืนอยู่ข้างๆ คนคุมสอบหยิบชิ้นงานมาวัดค่า แล้วเขียนคำว่า 'ดีเยี่ยม' ลงในสมุดบันทึก

นั่นหมายความว่า หยางเสี่ยวเทาสอบผ่านแล้ว

โล่งอกไปที แต่ก็ไม่ได้แสดงอาการดีใจมากนัก เพราะคนก่อนหน้าและหลังเขาไม่มีใครผ่านเลย

โจวเผิงก็เหมือนกัน หมดเวลาแล้วงานเพิ่งได้ครึ่งเดียว ไม่ผ่านแน่นอน

ส่วนหัวหน้าโรงงานข้างๆ หน้าดำเป็นก้นหม้อ สิบกว่าคนผ่านแค่ห้าคน อัตราการผ่านไม่ถึงครึ่ง แบบนี้จะให้เขารายงานเบื้องบนยังไง?

ในใจกลัดกลุ้ม แต่การสอบยังต้องดำเนินต่อไป

"รอดูต่อไป"

"ถ้ายังจ้องเล่นงานโรงงานเราแบบนี้ ต่อให้ต้องไปโวยวายถึงเลขาธิการพรรค ฉันก็จะทวงความยุติธรรม!"

คิดในใจ การสอบช่างกลึงระดับสองก็เริ่มขึ้น โชคดีที่ครั้งนี้ชิ้นงานที่ให้มาถือว่าปกติ ไม่ได้กลั่นแกล้งคนงานเกินไป

"เมื่อกี้ใคร ใครวะ?"

ที่ประตูโรงงาน เงาร่างหนึ่งวิ่งเข้ามา ตะโกนคำรามใส่ฝูงชน

"ซ่าจู้?"

มีคนจำได้ กำลังจะเดินเข้าไปหา แต่ก็รีบถอยกรูด กลิ่นเหม็นฉุนกึกพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว ทั้งโรงงานเหม็นตลบอบอวล

"ใคร คนสุดท้ายที่วิ่งเข้ามาเป็นใคร?"

ซ่าจู้ไม่สนปฏิกิริยาคนอื่น เดินดุ่มๆ เข้าไป กะจะหาตัวการให้เจอ

"ซ่าจู้ เอ็งมาทำบ้าอะไรที่นี่?"

"ตกส้วมมาก็รีบไปล้างสิ พวกข้าสอบกันอยู่ อย่ามาถ่วงความเจริญ!"

คนรู้จักรีบออกมาขวาง แต่ซ่าจู้ไม่ฟัง ความโกรธบังตาจนขาดสติ อยากจะหาตัวคนทำมาซ้อมให้ตายคามือ

"ไล่มันออกไป!"

เสียงตวาดดังขึ้น เห็นหวังกั๋วต้งหน้าดำคร่ำเครียด เดิมทีก็อารมณ์บ่อจอยอยู่แล้ว เห็นการสอบจะโดนป่วนอีก ก็ระเบิดอารมณ์ออกมาทันที

คิดว่าโรงงานที่สามเป็นขนมรึไง

สิ้นเสียง หนุ่มฉกรรจ์หลายคนก็เดินออกมา ถือท่อเหล็กในมือ ไม่พูดพร่ำทำเพลงฟาดใส่ซ่าจู้

ซ่าจู้จะสู้คืน แต่โดนฟาดไปสองทีถึงได้สติ มองสายตาโกรธเกรี้ยวรอบข้าง รู้ตัวว่าทำคนโกรธทั้งโรงงาน เลยอาศัยจังหวะวิ่งหนีออกจากโรงงาน ไปยืนหอบแฮกๆ อยู่หน้าประตูด้วยความเจ็บใจ

"ซ่าจู้ ไม่ไปสอบ มาทำอะไรตรงนี้?"

อี้จงไห่รู้ข่าวจากโรงงานที่หนึ่ง รีบออกมาดู ก็เห็นซ่าจู้ยืนหน้าบวมเป่งอยู่หน้าโรงงาน บนตัวยังมีคราบสีเหลือง กลิ่นเหม็นหึ่งมาแต่ไกล

"พ่อบ้านหนึ่ง..."

ซ่าจู้เล่าเรื่องอย่างน่าสงสาร อี้จงไห่ก็พูดไม่ออก ซ่าจู้ทำไมมันซวยซ้ำซวยซ้อนแบบนี้ เรื่องแบบนี้ก็ยังเจอ?

แต่ตอนนี้การสอบสำคัญกว่า เรื่องหาตัวคนทำไว้ทีหลัง

อี้จงไห่กล่อมให้ซ่าจู้รีบไปโรงครัว ป่านนี้คงเริ่มสอบกันแล้ว

ซ่าจู้รู้ว่าเรื่องไหนด่วน ถอดเสื้อนวมออก เปลี่ยนใส่เสื้อนวมอี้จงไห่ กางเกงเปลี่ยนไม่ทัน คว้าใบไม้ข้างทางมาเช็ดๆ ถูๆ สองที แล้ววิ่งจู๊ดไปโรงครัว

(จบแล้ว)

3,163 คำ

ความคิดเห็น (0)

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

เข้าสู่ระบบ

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น

ตอนที่

20 / 30