บทที่ 4 - หญิงชราเจี่ยอาละวาด
หยางเสี่ยวเทารู้อยู่แล้วว่าอี้จงไห่เป็นคนแบบไหน นี่คือวิญญูชนจอมปลอมที่มีชื่อเสียงที่สุดในบ้านสี่ประสาน น่ารังเกียจยิ่งกว่าสวีต้าเม่าที่เป็นคนถ่อยอย่างเปิดเผยเสียอีก
เมื่อเผชิญกับการรุกไล่ทางศีลธรรมของอี้จงไห่ คนทั้งบ้านก็ดูเหมือนจะรวมหัวกันต่อต้านศัตรู แรงกดดันทางศีลธรรมถาโถมเข้ามา
น่าเสียดาย ที่พวกเขาต้องเผชิญหน้ากับผู้ทะลุมิติ ซึ่งเป็นคนที่มองทะลุธาตุแท้ของเหล่าเดรัจฉานพวกนี้มานานแล้ว
ถ้าไม่ใช่เพราะมีบ้านอยู่ที่นี่ และยุคสมัยนี้หาที่อยู่อาศัยยาก หยางเสี่ยวเทาคงย้ายหนีออกจากเตาหลอมนรกนี้ไปนานแล้ว
ถึงกระนั้น รอให้สายลมแห่งฤดูใบไม้ผลิพัดมาถึงเมื่อไหร่ เขาจะย้ายออกไปจากที่นี่อย่างไม่ลังเล ไปให้ไกลจากพวกเดรัจฉานพวกนี้
ในเมื่อเตรียมใจไว้แล้ว ย่อมไม่เก็บเอาคำว่า 'สามัคคี' หรือ 'ปรองดอง' มาใส่ใจ การจะไป 'สามัคคี' กับคนพวกนี้ ก็ไม่ต่างอะไรกับจุดโคมไฟในส้วม... รนหาที่ (ขี้) ชัดๆ
คนพวกนี้ อยู่ให้ห่างไว้เป็นดีที่สุด ขืนไปคบค้าสมาคมด้วย มีแต่จะถลำลึก สุดท้ายก็กลายเป็นถุงเลือดให้พวกมันสูบกิน
ดังนั้น การกดดันด้วยศีลธรรมแบบนี้ สำหรับหยางเสี่ยวเทาแล้ว มันไร้ผลสิ้นดี
แถมเมื่อเจอกับเสียงวิพากษ์วิจารณ์รอบข้าง หยางเสี่ยวเทากลับรู้สึกสบายใจแปลกๆ
เมื่อเผชิญกับสายตาอันร้อนแรงของอี้จงไห่ หยางเสี่ยวเทาแสยะยิ้มพลางส่ายหน้า
เขายกมือขึ้น ปลดกระดุมเสื้อตรงหน้าอก
ทุกคนต่างงุนงง
ไม่นานนัก เสื้อนวมตัวเก่าซอมซ่อก็ถูกหยางเสี่ยวเทาถอดออกกองไว้กับพื้น
และท่ามกลางสายตาตกตะลึงของทุกคน หยางเสี่ยวเทาก็ถอดเสื้อเชิ้ตตัวในออกอีก
ถึงแม้ว่าแสงแดดเที่ยงวันในฤดูหนาวจะพอมีความอบอุ่นอยู่บ้าง แต่การมาถอดเสื้อกลางแจ้งแบบนี้ ก็ยังทำให้คนที่มองดูรู้สึกหนาวสั่นแทน
ด้วยความตกตะลึง ทำให้ไม่มีใครเข้ามาห้ามหยางเสี่ยวเทา จนกระทั่งเขาเผยท่อนบนเปลือยเปล่า
เด็กสาวบางคนรอบๆ รีบเอามือปิดตา บางคนถึงกับตะโกนว่าลามก
ซ่าจู้กำหมัดแน่น เตรียมจะพุ่งเข้าไป
สวีต้าเม่าที่อยู่ข้างๆ ก็กลอกตาไปมา เตรียมหาจังหวะซ้ำ
ทว่า คนที่ตอบสนองเร็วที่สุดในตอนนี้กลับเป็นหัวหน้าหวังจากสำนักงานเขตที่อยู่หน้าโต๊ะ
ทันทีที่เห็นภาพตรงหน้า เธอก็รีบลุกเดินมาหาหยางเสี่ยวเทาอย่างรวดเร็ว
"เสี่ยวเทา เธอทำอะไรน่ะ?"
"ป้าหวัง ดูสิครับ!"
หยางเสี่ยวเทาตัวสั่นเทิ้ม น้ำเสียงสะอึกสะอื้นเต็มไปด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ
เมื่อเผชิญกับความห่วงใยของหัวหน้าหวัง หยางเสี่ยวเทาก็หันหลังให้ เพื่อให้เธอเห็นได้ชัดเจน
ตอนนี้เอง ทุกคนต่างจ้องมองไปที่ท่อนบนของหยางเสี่ยวเทา เห็นเพียงแผ่นหลังขาวซีดที่มีรอยช้ำเขียวม่วง รอยแผลน้อยใหญ่นับสิบแห่ง
บนแขนทั้งสองข้าง ก็มีรอยเขียวม่วงสลับกันไป เห็นแล้วน่าเวทนาจับใจ
เสียงสูดลมหายใจดังขึ้นทันที ทั้งลานบ้านเกิดเสียงฮือฮา
หัวหน้าหวังรู้สึกโกรธแค้นและสงสารจับใจ ใครกันที่ใจร้ายใจดำขนาดนี้ ถึงได้ทุบตีเด็กหนุ่มคนนี้ได้ลงคอ?
ดูจากบาดแผลแล้ว นี่ต้องโดนซ้อมมาหนักขนาดไหน
เธอไม่อยากจะเชื่อเลยว่า ในบ้านสี่ประสานที่เชิดชูเรื่องศีลธรรมมาตลอด จะซ่อนความอัปลักษณ์เช่นนี้เอาไว้
และเธอ... กลับไม่เคยระแคะระคายมาก่อน
หัวหน้าซุนจากโรงงานก็นั่งไม่ติดแล้ว รีบก้าวเข้ามา เอามือแตะรอยแผลที่แผ่นหลัง ทำให้หยางเสี่ยวเทาสะดุ้งด้วยความเจ็บ
"ไอ้หนู ใส่เสื้อซะ!"
หัวหน้าซุนเอาเสื้อคลุมให้หยางเสี่ยวเทา แล้วช่วยใส่เสื้อนวมให้แน่น
หยางเสี่ยวเทาถึงค่อยรู้สึกอุ่นขึ้นมาบ้าง แต่เมื่อครู่นี้ก็ทำเอาเขาหนาวสั่นจนปากซีดเซียว
หัวหน้าหวังยื่นน้ำร้อนให้แก้วหนึ่ง หยางเสี่ยวเทารับมาค่อยๆ จิบ
ที่โต๊ะประธาน อี้จงไห่และหลิวไห่จงพอเห็นรอยแผลบนตัวหยางเสี่ยวเทา หัวใจก็กระตุกวูบ รู้ทันทีว่างานเข้าแล้ว
แต่ภายใต้สายตาของหัวหน้าหวังและหัวหน้าซุน ทั้งสองจะลุกก็ไม่ได้จะนั่งก็ไม่ติด แถมยังมีคำพูดเต็มท้องแต่พูดไม่ออก ได้แต่ดูสถานการณ์ดำเนินต่อไป
"ป้าหวัง ขอบคุณครับ!"
พอดื่มน้ำร้อนไปหน่อย หยางเสี่ยวเทาน้ำตาคลอเบ้า ทำท่าจะโค้งคำนับหัวหน้าหวัง แต่หัวหน้าซุนที่อยู่ข้างๆ รีบดึงตัวไว้
"ป้าหวังครับ ตอนพ่อผมยังอยู่ ก็บอกว่าป้าช่วยครอบครัวเราไว้เยอะมาก"
"เดิมที ผมก็ไม่อยากรบกวนป้าหรอกครับ"
"แต่ว่า ร่างกายผมเป็นแบบนี้ ถ้าไม่รีบไปโรงพยาบาล ก็ไม่รู้ว่าจะได้เห็นพระอาทิตย์วันพรุ่งนี้ไหม"
"วันนี้ที่ผมมาที่นี่ ก็เพราะไม่มีเงินจะรักษาตัวแล้วจริงๆ ครับ!"
"ถ้าไม่ใช่เพราะหมดหนทางจริงๆ ผมก็ไม่อยากจะมาทำลายงานมงคลคนอื่นเขาหรอกครับ"
พูดไป น้ำตาก็ร่วงเผาะ คนรอบข้างบางคนทนดูไม่ได้ ต้องก้มหน้าเงียบ
"ป้ารู้ ป้ารู้"
"เธอเป็นเด็กดี"
ป้าหวังฟังแล้วยิ่งปวดใจ เด็กดีขนาดนี้ แม่ก็เสีย พ่อก็เพิ่งจากไป เหลือตัวคนเดียวโดดเดี่ยว ใช้ชีวิตไม่ง่ายเลย
พูดจบ เธอก็หันกลับไปกวาดตามองอี้จงไห่และคนอื่นๆ ใบหน้าเย็นชาจนน่ากลัว
"อี้จงไห่ ช่างอี้ นี่น่ะเหรอที่บอกว่า 'ป่วย'?"
"เหตุการณ์ทำร้ายร่างกายรุนแรงขนาดนี้ ทำไมถึงไม่รายงานสำนักงานเขต?"
"ทำไมไม่ลงโทษคนทำผิดให้เด็ดขาด?"
"พวกคุณกำลังให้ท้ายคนผิด หรือนี่คือวิธีการจัดการปัญหาของพวกคุณ?"
"นี่น่ะเหรอผลงานของพวกคุณ?"
"ฉันว่า พวกคุณคงแก่เลอะเลือน ไม่อยากจะทำงานกันแล้วใช่ไหม"
ราวกับฟ้าผ่ากลางวันแสกๆ อี้จงไห่และหลิวไห่จงตัวโงนเงน
เมื่อเผชิญกับความโกรธเกรี้ยวของหัวหน้าสำนักงานเขต ทั้งลานบ้านตกอยู่ในความเงียบสงัด แม้แต่หญิงชราเจี่ยที่มีน้ำโหเต็มท้องอยากจะพ่นออกมา หรือเจี่ยตงซวี่ที่โกรธจนหน้ามืด ก็ยังต้องนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้ ไม่กล้าหือ
ส่วนซ่าจู้ สวีต้าเม่า และพรรคพวกด้านหลัง ต่างค่อยๆ ถอยหลังทิ้งระยะห่าง กลัวจะโดนลูกหลงไปด้วย
พ่อบ้านทั้งสามในลานบ้าน จริงๆ แล้วก็คือผู้ไกล่เกลี่ยที่สำนักงานเขตแต่งตั้งขึ้น รับผิดชอบจัดการเรื่องขี้หมูราขี้หมาในลานบ้าน ประสานความสัมพันธ์เพื่อนบ้าน
ตัวพวกเขาไม่มีตำแหน่งราชการ แค่มีชื่อแปะไว้ที่สำนักงานเขต เพราะคุ้นเคยกับงานมากกว่าคนอื่นเท่านั้น
การแต่งตั้งแบบนี้ ก็แค่คำสั่งคำเดียวของหัวหน้าสำนักงานเขต
"หัวหน้าครับ เป็นความบกพร่องในการทำงานของพวกเราเอง"
"ช่วงนี้ยุ่งอยู่กับงานแต่งของตงซวี่ ก็เลยละเลยไปบ้างจริงๆ"
"ผมขอตรวจสอบตัวเอง และรับรองว่าจะไม่เกิดความผิดพลาดแบบนี้อีก"
พ่อบ้านสองหลิวไห่จงรีบก้มหัวยอมรับผิด ท่าทางนอบน้อมเป็นที่สุด
ตอนนี้เขามีแค่ตำแหน่งพ่อบ้านสองนี่แหละที่พอจะอวดได้ ในโรงงานเป็นแค่หัวหน้ากลุ่มเล็กๆ คุมคนไม่กี่คน แถมยังมีคนคอยขัดแข้งขัดขา ให้คนบ้าอำนาจอย่างเขาต้องมาหาความรู้สึกเป็นผู้นำเอาในบ้านสี่ประสาน
"ใช่ครับหัวหน้า หลายปีมานี้บ้านสี่ประสานของเราไม่เคยมีปัญหาเลยนะครับ เป็นบ้านตัวอย่างมาตลอด"
พอมีเรื่องผลประโยชน์ส่วนตัวเข้ามาเกี่ยว พ่อบ้านสามก็อยู่นิ่งไม่ได้ ลุกขึ้นมาแก้ต่างบ้าง
บ้านตัวอย่างเนี่ย ปลายปีแต่ละบ้านจะได้แป้งสาลีเพิ่มตั้งหนึ่งชั่งเชียวนะ
หึ!
หัวหน้าหวังมองทั้งสองคน สุดท้ายจ้องไปที่อี้จงไห่ ทำงานด้วยกันมาหลายปี เธอรู้ไส้รู้พุงอี้จงไห่ดี เรื่องนี้เก้าในสิบส่วนต้องเป็นอี้จงไห่ที่ให้ท้าย แต่ว่าวันนี้อยู่ต่อหน้าคนเยอะแยะ บวกกับฝีมือช่างระดับแปดของเขา ก็ต้องไว้หน้ากันบ้าง
รอให้ผ่านวันนี้ไปก่อนเถอะ หึ!
"เสี่ยวเทา เธอบอกมา แผลพวกนี้มันเกิดอะไรขึ้น?"
"ใครเป็นคนตี ชี้ตัวออกมา"
"ลงมือโหดเหี้ยมกันขนาดนี้ ยังมีกฎหมาย ยังมีความเป็นคนกันอยู่ไหม?"
ทว่ายังไม่ทันที่หยางเสี่ยวเทาจะพูด หญิงชราเจี่ยที่อกแทบระเบิดเพราะถูกปรับเงินยี่สิบหยวน พอเห็นท่าทีกดดันของหัวหน้าหวัง ก็รู้ตัวว่าบ้านตัวเองอาจจะโดนปรับเงินอีก สมองแล่นเร็วปรู๊ด รีบแหกปากโวยวายทันที
"ตาเฒ่าเจี่ยเอ๊ย รีบลืมตาขึ้นมาดูเถอะ ลูกเมียแกโดนคนเขารังแกถึงในบ้านแล้ว!"
"ไม่มีความยุติธรรมเลย คนพวกนี้รุมรังแกคนแก่ จะไม่ให้คนเขามีที่ยืนเลยรึไง!"
หญิงชราเจี่ยผลักเก้าอี้ล้มดังโครม แล้วลงไปนั่งแปะกับพื้น เริ่มส่งเสียงโหยหวน
เหตุการณ์เปลี่ยนผันกะทันหัน ไม่เพียงหยางเสี่ยวเทากับหัวหน้าหวังที่ตั้งตัวไม่ทัน แม้แต่ฉินไหวหรูที่อยู่ข้างๆ ก็ตกใจแทบสะดุ้ง เกือบจะลงไปนั่งกองกับพื้นตามไปด้วย
"พวกแกมันพวกเนรคุณ วันนี้เป็นวันมงคลของลูกชายฉัน แท้ๆ ยังจะมาพังงาน!"
"พวกแกมันคิดอะไรกันอยู่ เห็นๆ อยู่ว่าไม่อยากให้บ้านเราได้ดี ตาเฒ่าเจี่ยเอ๊ย ออกมาเถอะ มาเอาพวกตัวซวยที่ทำลายบ้านเราไปที!"
หญิงชราเจี่ยร้องห่มร้องไห้ไม่หยุด เจี่ยตงซวี่รีบเข้าไปประคองแม่ขึ้นมา
แต่ด้วยรูปร่างอ้วนท้วนของหญิงชราเจี่ย เจี่ยตงซวี่คนเดียวดึงไม่ขึ้น ฉินไหวหรูที่หน้าบวมเป่งต้องเข้าไปช่วย ทั้งสองคนต้องออกแรงช่วยกันถึงจะลากนางกลับไปนั่งบนเก้าอี้ได้
การอาละวาดกลิ้งเกลือกของหญิงชราเจี่ย หยางเสี่ยวเทาเคยเห็นมาแล้วในทีวี
แต่ในทีวีมันก็แค่การแสดงของนักแสดง ในความเป็นจริง หญิงชราเจี่ยแสดงตัวตนจริงๆ สีหน้าสมจริงยิ่งกว่า ประกอบกับท่าทาง และเสียงที่โหยหวนมีลูกคอสูงต่ำ สื่อความหมายของคำว่า 'มนุษย์ป้าจอมแถ' ออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ
แต่ไม่ว่านางจะโหยหวนยังไง จะอาละวาดแค่ไหน จะด่าทอยังไง ก็ไม่ได้ทำให้หยางเสี่ยวเทารู้สึกกระอักกระอ่วน
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงความรู้สึกผิดที่รังแก 'คนแก่'
ตลกตายล่ะ ในยุคที่ยากลำบากขนาดนี้ อายุสี่สิบกว่ากินจนอ้วนขนาดนี้ จะเรียกว่าคนแก่ได้ยังไง?
หัวหน้าหวังที่อยู่ข้างๆ ผ่านโลกมาเยอะ ยืนแสยะยิ้มเย็น
ยายแก่บ้านนอกอาละวาดแบบนี้เธอเห็นมาเยอะแล้ว ในฐานะหัวหน้าสำนักงานเขตเห็นจนชินตา
ยังไม่ทันที่เธอจะพูด หญิงชราเจี่ยที่เห็นหยางเสี่ยวเทาแสยะยิ้ม ก็ฟิวส์ขาด ล็อคเป้าทันที ชี้หน้าด่ากราดใส่หยางเสี่ยวเทา
"ไอ้เด็กเปรต ไอ้ลูกไม่มีพ่อไม่มีแม่สั่งสอน ไอ้เด็กสิ้นสกุล ชาตินี้อย่าหวังจะได้ดีเลย!"
อี้จงไห่ที่อยู่ข้างๆ ตาม่านหดเกร็ง คำว่า 'สิ้นสกุล' (จู๋ฮู้ - ไม่มีลูกหลานสืบสกุล) คือจุดตายของเขา
ต่อให้ไม่ได้ด่าเขา ก็ทำให้เขาเจ็บจี๊ดในใจ
"เห็นบ้านข้ามันรังแกง่ายนักเรอะ?"
"ไอ้เด็กจู๋ฮู้ดวงซวยที่สาปพ่อแม่ตัวเองตาย ไอ้เด็กเปรต แกต้องตายโหง!"
คำหยาบคายพ่นออกมาไม่หยุด หยางเสี่ยวเทากลับทำตาแดงระเรื่อ กำหมัดแน่น ตัวสั่นเทิ้ม จู่ๆ ก็หันไปถามหัวหน้าซุนที่อยู่ข้างๆ
"หัวหน้าครับ พ่อแม่ผม ผมเป็นคนสาปแช่งให้ตายจริงๆ เหรอครับ?"
(จบแล้ว)
ความคิดเห็น (0)
เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น
เข้าสู่ระบบยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น