พลิกฟื้นเมืองร้าง 007 ทีมนักล่า

พลิกฟื้นเมืองร้าง 007 ทีมนักล่า

พลิกฟื้นเมืองร้าง 007 ทีมนักล่า

ลอสนั่งอยู่บนรถม้าพลางบังคับรถม้ามาจนถึงชายป่าตะวันตก

ด้านหลังรถม้าคือทีมนักล่า รวมเขาด้วยแล้วมีทั้งหมด 10 คน

“เอาชุดเกราะทั้งหมดไปไว้บนรถม้า แล้วส่งคนหนึ่งอยู่เฝ้าที่นี่”

เมื่อได้ยินเสียงของลอส เหล่าอัศวินที่เดิมทีมีใบหน้าตื่นเต้นก็สลดลงทันที

จากนั้นพวกเขาก็มองสำรวจเพื่อนร่วมทีมรอบข้างด้วยสายตามาดร้าย การล่าสัตว์นั้นน่าสนุกกว่าการลาดตระเวนเป็นไหน ๆ

เมื่อหัวหน้าทีมหลานซือเห็นสถานการณ์นี้ก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะกล่าวเสียงดัง

“ไม่ต้องมาถลึงตาใส่กันแล้ว ฟังคำสั่งฉัน”

สายตาของเขากวาดมองเหล่าอัศวินทีละคน

“ทัวหม่าซือ นายเป็นคนสุขุมรอบคอบมาตลอด ให้นายอยู่เฝ้าชุดเกราะก็แล้วกัน”

หัวหน้าทีมหลานซือมองไปที่อัศวินผู้มีรูปร่างกำยำและแววตาสุขุมคนหนึ่งแล้วกล่าว

เมื่อทัวหม่าซือได้ยินว่าตนเองถูกเลือก แม้บนใบหน้าจะมีความรู้สึกจนใจอยู่บ้าง แต่เขาก็ยังคงพยักหน้ารับคำ

“รับทราบ หัวหน้า”

ลอสเดินเข้าไปหาทัวหม่าซือแล้วตบไหล่เขาเบา ๆ

“ทุกวันจะมีภารกิจล่าสัตว์ อัศวินทุกคนจะได้สลับสับเปลี่ยนกันทำ”

จากนั้น ลอสก็หันไปสั่งการกับหัวหน้าทีมหลานซือ

“ต่อไปให้อัศวินแบ่งออกเป็นสามทีม แล้วสลับกัน”

“ล่าสัตว์ ประจำการที่ช่องเขาจะงอยเหยี่ยว ลาดตระเวนและดูแลความสงบเรียบร้อยของเมืองเฮยสือร่วมกับกองทหารบ้าน เรื่องจัดคนนายเป็นคนจัดการ”

หัวหน้าทีมหลานซือพยักหน้าอย่างหนักแน่น

“เข้าใจแล้ว!”

“ถ้าอย่างนั้นตอนนี้ก็ออกเดินทางเข้าป่าได้!”

ทีมนักล่าเดินตามหลังลอสอย่างเป็นระเบียบ ก่อตัวเป็นแถวยาวเหยียด

เมื่อก้าวเข้าสู่ป่า ความเงียบสงบก็โอบล้อมทุกคนไว้ในพริบตา

ต้นไม้สูงใหญ่บดบังแสงอาทิตย์ แสงแดดส่องผ่านช่องว่างระหว่างใบไม้ลงมาเป็นจุด ๆ เท่านั้น

ระหว่างที่ทุกคนเดิน ใบไม้แห้งหนาเตอะใต้ฝ่าเท้าก็ส่งเสียง ‘สวบสาบ’ ออกมา

“ถ้าไม่มีคำสั่งของฉัน! ห้ามทุกคนลงมือเด็ดขาด!”

“ฉันจะอธิบายหลักสำคัญของการล่าสัตว์ให้ฟัง...”

ลอสเอ่ยเตือนทุกคนด้วยเสียงแผ่วเบา พร้อมกับบอกข้อควรระวังทีละข้อ

ความรู้เหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่เขาสรุปออกมาจากทักษะ [ฝึกอสูร]

เมื่อผสานเข้ากับ [ยิงธนู] และ [ทักษะต่อสู้] จึงก่อเกิดเป็นกฎเกณฑ์ที่นำมาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สีหน้าของสมาชิกในทีมเปลี่ยนเป็นจริงจังและระแวดระวัง สายตาของพวกเขากวาดมองไปรอบป่า มือจับอาวุธไว้แน่นขึ้น

ลอสเดินนำอยู่หน้าสุด [แผนที่] ปรากฏขึ้นตรงหน้าเขา เขากำลังค่อย ๆ เข้าใกล้จุดสีแดงจุดหนึ่ง

จากนั้นเขาก็หยุดเดินเป็นระยะ ๆ เพื่อสังเกตสภาพแวดล้อมรอบข้างอย่างละเอียด

หัวหน้าทีมหลานซือที่อยู่ท้ายแถวยิ่งดูก็ยิ่งรู้สึกตกตะลึง

ทีมที่เดิมทีเคยวุ่นวาย ค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นรูปแบบที่เขาดูไม่ออก

ทุกคนในทีมนักล่ารักษาระยะห่างที่แน่นอนเอาไว้

ไม่กระจายตัวกันเกินไปจนไม่สามารถดูแลกันได้เมื่อเจออันตราย และไม่เบียดเสียดกันเกินไปจนทำให้เกิดเสียงดังสัตว์ตื่นตกใจหนีไป

นี่ใช่กลุ่มอัศวินที่เคยบุ่มบ่ามพวกนั้นจริง ๆ เหรอ?

พวกเขาราวกับเป็นกลุ่มวิญญาณที่หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับป่า!

กำลังเดินหน้าไปในโลกสีเขียวใบนี้อย่างเงียบเชียบ

เมื่อระยะห่างกับจุดสีแดงใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ ลอสก็ได้ยินเสียงกรนเบา ๆ จึงรีบยกมือขึ้นเป็นสัญญาณให้หยุดเคลื่อนไหวทันที

เขาเดินไปข้างหน้าเพียงลำพังเป็นระยะทางหนึ่งก่อนจะกลับมา

เขาเรียกหัวหน้าทีมหลานซือที่อยู่ท้ายแถวเข้ามาหา ชี้นิ้วไปทางหนึ่งแล้วกดเสียงต่ำเอ่ยขึ้น

“หัวหน้าทีมหลานซือ! ต่อไปห้ามใครเข้าใกล้สถานที่นี้เด็ดขาด!”

หลานซือตามลอสไปข้างหน้าด้วยใบหน้าฉงนสงสัย ทันใดนั้นเสียงกรนครอก ๆ ก็ดังเข้าหูเขา

มารยักษ์แห่งป่าที่กำลังนอนกรนปรากฏขึ้นตรงหน้าเขา

ร่างอันใหญ่โตของมารยักษ์แห่งป่านอนทอดกายอยู่หลังพุ่มไม้ ต้นไม้รอบ ๆ ดูเหมือนจะได้รับผลกระทบจากกลิ่นอายของมันจนกิ่งใบดูเหี่ยวเฉาเล็กน้อย

เสียงกรนของมันราวกับเสียงฟ้าร้องทุ้มต่ำ ทุกครั้งที่มันหายใจ อากาศรอบข้างก็สั่นสะเทือนเบา ๆ

ดวงตาของหัวหน้าทีมหลานซือเบิกกว้างในพริบตา เขาเผลอกำอาวุธในมือแน่นโดยสัญชาตญาณ ร่างกายโน้มไปข้างหน้าเล็กน้อยเพื่อเตรียมพร้อมป้องกัน

เขากดเสียงต่ำบอกกับลอส “ท่านลอร์ด มารยักษ์แห่งป่าตัวนี้ดุร้ายมาก จำเป็นต้องล่อมันไปที่โล่ง แล้วใช้กับดักและเปลวไฟถึงจะจัดการมันได้”

ลอสส่ายหัวแล้วเอ่ยอธิบาย

“ไม่ได้ อย่างน้อยก็ไม่ใช่ตอนนี้ ที่นี่อยู่ห่างจากชายป่าเกินไป”

เขาคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะบอกแผนการกับหัวหน้าทีมหลานซือ

“พาคนมาตามลำดับ ให้พวกเขาลองดูมารยักษ์นั่นสักหน่อย จำไว้ว่าต้องปิดปากพวกเขาด้วย!”

หัวหน้าทีมหลานซือเผยรอยยิ้มร้ายกาจ “เข้าใจแล้ว!”

ทั้งสองคนกลับมาที่แถว คนอื่น ๆ ต่างมองพวกเขาด้วยความอยากรู้อยากเห็น

ลอสไม่ได้พูดอะไรมาก เพียงแค่ชี้ไปที่หัวหน้าทีมหลานซือ ส่วนหลานซือก็จ้องมองพวกเขาด้วยรอยยิ้ม

ความหนาวเหน็บสายหนึ่งพวยพุ่งขึ้นมาในใจของทุกคน

เมื่ออัศวินคนแรกถูกหลานซือพาตัวไป พอกลับมาเขาก็เหงื่อแตกพลั่ก หน้าซีดเผือด ฝ่ามือสั่นไม่หยุด

“ตรงนั้นมีตัวอะไรอยู่?”

คนที่สองเอ่ยถามด้วยความสงสัย

อัศวินคนแรกสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ โดยไม่อธิบายอะไร ความหวาดกลัวนี้เขาจะรับไว้คนเดียวไม่ได้!

“นายไปเดี๋ยวก็รู้เอง...”

การได้มองดูมารยักษ์แห่งป่าในระยะประชิด ถือเป็นการท้าทายความกล้าของเขาจริง ๆ!

จากนั้นก็เป็นคนที่สอง คนที่สาม... จนกระทั่งทุกคนเดินไปดูจนครบภายใต้การนำของหลานซือ

ลอสพบว่าทุกคนมีสภาพแทบไม่ต่างจากคนแรก เขาแอบส่ายหัวอยู่ในใจ

นี่เพิ่งจะเป็นแค่มารยักษ์เพียงตัวเดียว ถ้าวันหน้าต้องไปเจอกับสิงโตอินทรีหรือมังกรปีกมือแบบประจันหน้า ค่ายทหารไม่แตกตื่นแย่เลยเหรอ?

“ตามหลังฉันมาต่อไป”

เมื่อได้ยินเสียงของท่านลอร์ด ทุกคนก็หน้าซีด

ยังมีอีกเหรอ?

ลอสไม่ได้พูดอะไรอีก เขาพาขบวนอ้อมผ่านมารยักษ์แห่งป่า แล้วมุ่งหน้าลึกเข้าไปในป่าต่อไป

ใต้หน้าผาใกล้ ๆ นั่นคือจุดสีแดงจุดสุดท้าย ถ้าไม่ทำความเข้าใจความอันตรายนี้ให้ชัดเจน เขาก็นอนไม่หลับหรอก

เมื่อเวลาผ่านไป ทุกคนก็เริ่มสังเกตเห็นว่าสภาพแวดล้อมรอบข้างเริ่มมืดสลัวลง

พื้นดินและยอดไม้ถูกปกคลุมไปด้วยใยสีขาวที่ไม่รู้ที่มา

ลอสมีสีหน้าเคร่งเครียด เพราะเขาพบว่าจุดสีแดงบน [แผนที่] กำลังพุ่งตรงเข้ามาหาพวกเขาอย่างรวดเร็ว!

“ทุกคน ถ้ากลัวก็หลับตาลงซะ! ห้ามส่งเสียงดังเด็ดขาด”

ดูเหมือนว่ามารยักษ์ตัวก่อนหน้าจะช่วยฝึกความกล้าในใจของพวกเขาไปแล้ว ครั้งนี้จึงไม่มีใครเลือกที่จะหลับตา

ลอสจ้องมองจุดสีแดงบน [แผนที่] เขม็ง

“มาแล้ว!”

เหล่าอัศวินตึงเครียดขึ้นมาทันที อาวุธในมือถูกกำแน่นยิ่งกว่าเดิม

ทุกคนมองเห็นร่างอันใหญ่โตและน่าสะพรึงกลัวโผล่มาให้เห็นลาง ๆ ท่ามกลางใยสีขาว

ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางลำตัวของมันกว้างถึงสองสามเมตร เปลือกแข็งหุ้มตัวส่องประกายเย็นเยียบท่ามกลางแสงสลัว

ยามที่มันเคลื่อนไหว ขาที่อวบหนาและทรงพลังทำให้ใยแมงมุมสั่นไหวเบา ๆ หนามแหลมคมบนขานั้นดูราวกับกริชที่ส่องแสงเย็นเยียบ

ยิ่งมันเข้ามาใกล้ กลิ่นอายชวนขนลุกก็แผ่ซ่านออกมา

นี่คือแมงมุมยักษ์!

ลอสเอ่ยกับทุกคนเสียงเบา “อย่าเพิ่งวู่วาม รอดูความตั้งใจของมันก่อน”

ทุกคนกลั้นหายใจ สายตาจับจ้องไปที่แมงมุมยักษ์ที่กำลังเข้ามาใกล้เรื่อย ๆ

เวลานี้ ป่ารอบข้างราวกับตกอยู่ในความเงียบสงัด มีเพียงเสียงแผ่วเบาจากการเคลื่อนที่บนใยของแมงมุมยักษ์เท่านั้น

ลอสพบว่าดวงตาทั้งหกของแมงมุมยักษ์นั้นหม่นหมอง ก้ามบริเวณส่วนหัวคล้ายกำลังรับรู้อะไรบางอย่าง

เขาเข้าใจแล้ว

ดวงตาของแมงมุมยักษ์เสื่อมสภาพไปแล้ว มันอาศัยใยแมงมุมที่ชักไว้เพื่อสัมผัสถึงเหยื่อ

ผ่านไปครู่หนึ่ง เมื่อไม่พบความเคลื่อนไหวใด ๆ แมงมุมยักษ์จึงหันหลังกลับไปทางเดิม

“ทุกคนอย่าไปโดนใยแมงมุมแถวนี้ ให้แถวหลังเปลี่ยนเป็นแถวหน้า พวกเราจะกลับไปทางเดิม!”

ทุกคนเงียบกริบ ก้มหน้าก้มตาเดิน ราวกับยังจมอยู่กับความสยดสยองเมื่อครู่นี้

จนกระทั่งถอยห่างจากอันตรายแล้ว พวกเขาถึงได้ถอนหายใจออกมาพร้อมกัน

ตอนนั้นเอง ลอสมองดูจุดสีเขียวบน [แผนที่] แล้วเอ่ยกับทุกคน

“ยังมีอีกหลายจุด ฉันจะนำทีมต่อไป”

เมื่อได้ยินเสียงนี้ ไม่ว่าจะเป็นหัวหน้าทีมหลานซือหรืออัศวินคนอื่น ๆ ต่างก็มองลอสด้วยความตื่นตะลึง!

ท่านลอร์ด! ได้โปรดปล่อยพวกเราไปเถอะ!

[จบตอน]

2,603 คำ

ความคิดเห็น (0)

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น