พลิกฟื้นเมืองร้าง 009 เก็บเกี่ยวเต็มคันรถ
พลิกฟื้นเมืองร้าง 009 เก็บเกี่ยวเต็มคันรถ
ลอสเดินสำรวจรอบ ๆ แล้วพบว่าบริเวณใกล้ ๆ มีโรงตีเหล็กแห่งหนึ่ง
ดูเหมือนว่าจะเป็นสิ่งที่ช่างตีเหล็กคนเดิมของเมืองเฮยสือทิ้งเอาไว้
เมื่อผลักประตูก็เกิดเสียงดัง ‘เอี๊ยดอ๊าด’ แหลมปรี๊ด
แผ่นไม้บนหลังคาผุพังจนเป็นรู แสงแดดสาดส่องลงมาเป็นหย่อม ๆ วัชพืชขึ้นรกชัฏ ใยแมงมุมปกคลุมอยู่ทั่วทุกมุม
เขาพบว่าข้างในเงียบสงัด พื้นดินขรุขระ เศษเหล็กและฝุ่นละอองกองรวมกันเป็นหย่อม ๆ
ผนังเตาหลอมเต็มไปด้วยรอยร้าว เครื่องสูบลมเก่าผุพัง คันโยกก็มีแต่สนิมเกรอะกรัง
แต่มีก็ดีกว่าไม่มี อย่างน้อยก็ไม่ต้องเริ่มสร้างใหม่ตั้งแต่ต้น
ลอสฉวยโอกาสตอนที่หลานซือและคนอื่น ๆ กำลังล่าสัตว์อยู่ข้างนอก ใช้เครื่องมือที่มีอยู่มาซ่อมแซมภายในโรงตีเหล็ก
จนกระทั่งดวงอาทิตย์ค่อย ๆ คล้อยต่ำลง แต่งแต้มขอบฟ้าให้กลายเป็นสีแดงระเรื่อ
“ท่านลอร์ด พวกเราควรกลับกันได้แล้ว!”
เมื่อได้ยินเสียงของหลานซือดังมาจากข้างนอก ลอสก็ลุกขึ้นเดินออกไป
เขาซ่อมแซมโรงตีเหล็กไปได้ประมาณเจ็ดถึงแปดส่วนแล้ว
ครั้งหน้าถ้ามา แค่ซ่อมเตาหลอมกับเครื่องสูบลมซึ่งเป็นส่วนสำคัญให้เสร็จ ก็สามารถใช้งานได้เลย!
ลอสเดินมาที่รถม้านักล่าด้านนอก โดยมีหัวหน้าทีมหลานซือกำลังทำหน้าที่บังคับรถอยู่ด้านข้าง
ท้ายรถม้ามีตาข่ายเชือกบรรจุกระต่ายป่าและไก่ป่าทุนดราจำนวนมาก ล้อไม้ทิ้งรอยลึกไว้บนพื้นโคลน
นักล่าคนอื่น ๆ ก็แบกเหยื่อที่ล่ามาได้ไว้บนหลังเช่นกัน
หลานซือแกว่งบังเหียนพลางเอ่ยเสียงเบา
“ท่านลอร์ด เหยื่อที่เราจับได้ในแต่ละครั้ง ไม่พอให้คน 800 คนกินได้ในหนึ่งวันหรอก”
แม้สัตว์กินพืชจะมีจำนวนมาก แต่ก็ต้องลงมือล่าเอง พวกมันไม่ได้อยู่นิ่ง ๆ ให้จับง่าย ๆ เสียหน่อย
ลอสครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบกลับหลานซือ
“ฉันจะหาทางเอง”
ตอนนั้นเอง สายตาของลอสก็มองเห็นควันไฟที่ลอยขึ้นมาจากเมืองเฮยสือ
ยังไม่ทันเข้าไปใกล้ พวกเขาก็ได้ยินเสียงอึกทึกของฝูงชน
เมื่อขบวนของลอสเข้าไปใกล้ ก็พบว่าพ่อบ้านลาเอ่อร์ฝูกำลังยืนสั่งการบริวารอยู่บนยกพื้นสูง
ที่นี่คือที่โล่งบริเวณรอบนอกของเมืองเฮยสือ ลอสหันไปสั่งการหลานซือสองสามประโยค
ให้พวกเขาเอาอาหารไปส่งให้แม่ครัว ส่วนตัวเขาก็เดินเข้าไปหาพ่อบ้านลาเอ่อร์ฝู
เมื่อมองออกไป ก็เห็นร่างกายสีขาวโพลนเดินขวักไขว่ไปมา
บรรดาทาสติดที่ดินที่ทำงานหนักมาตลอดทั้งบ่าย กำลังทำความสะอาดคราบสกปรกบนร่างกายอย่างเป็นระเบียบ
เมื่อเห็นลอสกลับมา พ่อบ้านลาเอ่อร์ฝูก็ค้อมตัวเล็กน้อยและเอ่ย
“ยินดีต้อนรับกลับมา ท่านลอร์ด!”
ลอสพยักหน้า ก่อนจะเอ่ยถามพ่อบ้านข้างกาย
“พ่อบ้านลาเอ่อร์ฝู สถานการณ์ของพวกเขาในช่วงบ่ายเป็นยังไงบ้าง?”
พ่อบ้านลาเอ่อร์ฝูพ่นลมหายใจขุ่นมัวออกมา
“ท่านลอร์ด ผมไม่เคยคิดเลยว่าบารมีจะเป็นพลังชนิดหนึ่ง ตอนนี้ผมได้เห็นกับตาแล้ว”
“เพียงแค่เอ่ยชื่อของท่านลอร์ด พวกเขาก็จะเชื่อฟังคำสั่งอย่างว่าง่าย แม้จะมีความขัดแย้งกันก็ยังสามารถระงับไว้ได้”
ลอสสังเกตเห็นคำสำคัญในคำพูดของพ่อบ้านลาเอ่อร์ฝู
“พวกเขามีความขัดแย้งอะไรกัน?”
พ่อบ้านลาเอ่อร์ฝูครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยกับท่านลอร์ดอย่างระมัดระวัง
“มีคนเห็นว่าคนอื่นใช้เครื่องมือเหล็ก ในขณะที่ตัวเองใช้ไม้ ความขัดแย้งจึงเกิดขึ้น”
เปลวไฟที่พลิ้วไหวสะท้อนอยู่ในดวงตาของลอส เขาหัวเราะเบา ๆ
“ดูท่าคงจะยังเหนื่อยไม่พอ...”
“พ่อบ้านลาเอ่อร์ฝู ต่อไปก็ให้พวกเขาทำงานตั้งแต่ฟ้าสาง และนอนตอนฟ้ามืด”
“ถ้ายังมีความขัดแย้งกันอีก ก็ให้จุดคบเพลิงตอนกลางคืนแล้วทำงานต่อไป!”
เขาไม่เชื่อหรอกว่า จะมีใครมีเรี่ยวแรงเหลือเฟือขนาดนั้น?
ตอนนี้เมืองเฮยสือเรียกได้ว่ากำลังรอการฟื้นฟู มีงานอีกมากมายรอให้เขาจัดเตรียมและสั่งการ
ถ้ามามัวแต่ก่อกวน ก็จะให้เห็นว่าหมัดเหล็กของชนชั้นสูงในยุคกลางเป็นยังไง!
เมื่อได้ยิน ‘ทฤษฎีสุดโต่ง’ ของลอร์ดตัวเอง พ่อบ้านลาเอ่อร์ฝูก็เบิกตากว้างทันที
“นี่...มันก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้”
เรื่องกฎระเบียบความสะอาดที่ท่านลอร์ดสั่งการเมื่อตอนเที่ยง เขากำลังปวดหัวอยู่พอดีว่าจะจัดการยังไง!
ตอนนี้ก็ดีเลย ลงโทษไปตรง ๆ นี่แหละ!
ตอนนั้นเอง กลิ่นหอมของอาหารก็ลอยมาแตะจมูกทุกคน
มันคือกลิ่นหอมของเนื้อและไขมัน
เมื่อบรรดาทาสติดที่ดินได้กลิ่น พวกเขาก็ลอบกลืนน้ำลายโดยสัญชาตญาณ
“เนื้อ! กลิ่นหอมของเนื้อ!”
“ใช่...ไม่ผิดแน่!”
บรรดาทาสติดที่ดินต่างซุบซิบวิพากษ์วิจารณ์กัน จนกระทั่งมีคนสังเกตเห็นลอสจึงตะโกนขึ้นมา
“รีบดูสิ! นั่นท่านลอร์ด!”
“ท่านลอร์ดจงเจริญ!”
ลอสก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว เพื่อให้ทุกคนเงียบลง
“ฉันรู้สึกยินดีมาก ที่พวกคุณทุกคนทำภารกิจที่ฉันมอบหมายให้เสร็จตรงเวลา”
จากนั้นน้ำเสียงก็เปลี่ยนไป
“แต่เรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างนั้น ฉันไม่ค่อยพอใจนัก”
“มีคนคิดว่าได้เป็นทาสติดที่ดินก็พอใจแล้ว ตอนนี้ฉันขอบอกพวกคุณเลยว่า ทาสติดที่ดินก็สามารถกลับไปเป็นทาสรับใช้ได้เหมือนกัน!”
ทุกคนที่มีฐานะเป็นทาสติดที่ดินในตอนนี้ต่างตัวสั่นเทาโดยสัญชาตญาณ
ชีวิตอันน่าเศร้าสลดของการเป็นทาสรับใช้ในอดีต หวนกลับมาในหัวทันที
“ท่านลอร์ดผู้เมตตา โปรดระงับความโกรธด้วย”
“ท่านลอร์ดผู้ยิ่งใหญ่ ได้โปรดอภัยให้พวกเราด้วย”
ทุกคนอ้อนวอนอยู่ด้านล่าง ไม่มีใครยอมกลับไปใช้ชีวิตเยี่ยงทาสรับใช้อีกแล้ว
ลอสยืนอยู่บนยกพื้นสูง กวาดสายตาเย็นชามองดูทาสติดที่ดินที่สวมเสื้อผ้าขาดวิ่นด้านล่าง ก่อนจะตวาดลั่น
“หุบปาก!”
“ตอนนี้พวกคุณเป็นทาสติดที่ดินแล้ว แต่พฤติกรรมของพวกคุณยังคงเหมือนตอนเป็นทาสรับใช้อยู่เลย”
ทาสติดที่ดินสะดุ้งตกใจกับเสียงตวาดของลอสจนไม่กล้าเอ่ยปากอีก
“ตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป ทุกคนจะต้องเริ่มทำนาในฤดูใบไม้ผลิ ใครที่เรียนรู้ไม่ได้หรือเป็นตัวถ่วง ก็ไสหัวกลับไปเป็นทาสรับใช้ซะ!”
“ได้กลิ่นหอมของเนื้อนี่ไหม? นี่ทำขึ้นเป็นพิเศษเพื่องานในวันพรุ่งนี้”
“ตราบใดที่พวกคุณทำตามกฎของฉัน พวกคุณก็จะได้กินเนื้อทุกวัน!”
“เข้าใจไหม!”
ทาสติดที่ดินด้านล่างได้ยินดังนั้นก็ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะรีบตอบกลับ
“เข้าใจแล้ว!”
“รับบัญชา ท่านลอร์ด!”
ลอสแค่นเสียงเย็นและตวาดซ้ำ
“ใครอาบน้ำเสร็จแล้วก็ไสหัวกลับไปนอนซะ อย่ามาโอ้เอ้แถวนี้!”
ความตื่นเต้นเล็ก ๆ ที่เพิ่งเกิดขึ้นเพราะจะได้กินเนื้อของทาสติดที่ดิน ถูกสะกดกลับไปทันที
แต่ละคนก้มหน้าก้มตา ไม่กล้าพูดอะไรอีก
ลอสเดินลงมาจากยกพื้นสูง พ่อบ้านลาเอ่อร์ฝูเดินตามหลังมาติด ๆ
“ท่านลอร์ด วันนี้ท่านค้นพบอะไรงั้นหรือ? การให้พวกทาสติดที่ดินได้กินเนื้อทุกวัน มันช่าง...”
ลอสเอ่ยอธิบาย
“ตอนบ่ายฉันเจอบริเวณที่อยู่อาศัยของสัตว์กินพืช มันพอจะเลี้ยงเนื้อคน 800 คนไปได้สักเดือนสองเดือนเลยล่ะ”
เมื่อได้ยินดังนั้น พ่อบ้านลาเอ่อร์ฝูก็เอ่ยด้วยความดีใจ
“ยอดเยี่ยมไปเลย นี่มันดีมากจริง ๆ!”
ก่อนหน้านี้ แม้ท่านลอร์ดจะบอกว่ามีวิธีแก้ปัญหา แต่เขาก็ยังคงกังวลอยู่ตลอด
ตอนนี้เขาจะได้นอนหลับสบายเสียที
“จริงสิ ตอนนี้มีโถงที่ใช้งานได้เลยไหม?”
พ่อบ้านลาเอ่อร์ฝูชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเร่งฝีเท้า นำทางลอสมายังใจกลางเมืองเฮยสือ
ที่นี่คือคฤหาสน์ที่นายกเทศมนตรีคนเดิมเคยอาศัยอยู่
ตอนนี้เขาได้จัดให้คนมาทำความสะอาดเรียบร้อยแล้ว สามารถเข้าพักได้ทันที
ถ้าขืนปล่อยให้ท่านลอร์ดต้องนอนเต็นท์ต่อไป การเป็นพ่อบ้านมาหลายปีของเขาก็คงไร้ความหมาย
ไม่นาน พ่อบ้านลาเอ่อร์ฝูก็มาถึงประตูคฤหาสน์
ทั้งสองเดินเข้าไปในคฤหาสน์ สิ่งแรกที่ปรากฏแก่สายตาคือลานกว้าง
อาคารหลักของคฤหาสน์เป็นบ้านหินสองชั้น
เมื่อเดินเข้าไปในโถง ห้องโถงแห่งนี้กว้างขวางมาก เพดานสูงลิ่วถูกรองรับด้วยคานไม้ขนาดใหญ่
พื้นโถงเป็นพื้นไม้ บนพื้นมีโต๊ะและเก้าอี้หนาหนักวางอยู่หลายตัว
มุมห้องมีเตาผิงขนาดใหญ่ ขอบเตาผิงก่อด้วยหินอ่อนสีขาว มีรอยควันไฟติดอยู่บ้าง
ตอนนี้กำลังมีฟืนลุกไหม้อยู่ นำความอบอุ่นมาสู่ห้องโถง
ลอสเดินไปนั่งที่ตำแหน่งประธาน ก่อนจะหันไปสั่งการพ่อบ้านลาเอ่อร์ฝู
“ให้บริวารไปเรียกหลานซือมา แล้วเตรียมอาหารเย็นสำหรับสามคน ฉันจะจัดเตรียมงานสำหรับพรุ่งนี้”
พ่อบ้านลาเอ่อร์ฝูเกือบจะเอ่ยปากทักท้วงโดยสัญชาตญาณว่านี่มันไม่ตรงตามธรรมเนียมของขุนนาง
แต่วินาทีต่อมา เขาก็นึกถึงการกระทำของลอสในช่วงนี้ได้ จึงหุบปากลงและไปสั่งการบริวารอย่างว่าง่าย
[จบแล้ว]
ความคิดเห็น (0)
เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น