ตอนที่ 8 คนจีนฉลาดแบบนี้ทุกคนเลยเหรอ

ตอนที่ 8 คนจีนฉลาดแบบนี้ทุกคนเลยเหรอ

ตอนที่ 8 คนจีนฉลาดแบบนี้ทุกคนเลยเหรอ?

ผู้ชมจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ต่างหลั่งไหลเข้าสู่ห้องถ่ายทอดสดของประเทศจีน

ปัจจุบันยอดผู้ชมออนไลน์ของประเทศจีนเกินจำนวนประชากรในประเทศไปแล้ว โดยแตะระดับ 1,630 ล้านคน

“ได้ยินมาว่าผู้เข้าแข่งขันประเทศจีนความคิดเฉียบแหลม มาดูซิว่าจะแน่สักแค่ไหน”

“ฉันมาจากฝั่งทวีปแอฟริกา หวังว่าผู้เข้าแข่งขันประเทศจีนจะพิชิตด่านนี้ได้นะ”

“ถึงฉันจะไม่ชอบประเทศจีน แต่ได้ยินว่าผู้เข้าแข่งขันที่นี่ห้าวหาญมาก ถูกจริตฉันเลย”

“...”

ผู้ชมชาวต่างชาติจำนวนมากที่ฟังคำบอกเล่าจากปากต่อปาก เริ่มแห่แหนกันเข้ามาในห้องถ่ายทอดสดของประเทศจีน

โชคยังดีว่านี่ไม่ใช่การถ่ายทอดสดด้วยเทคโนโลยีทั่วไป หากต้องรองรับฐานผู้ชมจำนวนมหาศาลขนาดนี้ คงไม่มีเซิร์ฟเวอร์ไหนรับมือกับการไหลทะลักของทราฟฟิกที่น่ากลัวนี้ได้แน่

ห้องถ่ายทอดสดผู้ถูกเลือกประเทศจีน ภายในสำนักงานทนายความ

พอส่งนิติเวชกลับไปแล้ว หลายชั่วโมงต่อมาก็ไม่มีเหตุการณ์ผิดปกติอะไรเกิดขึ้น

โคนันอาศัยช่วงเวลาที่ต้องรอคอย เอนกายลงบนโซฟาพลางอ่านหนังสือพิมพ์ฉบับเย็นวันนี้ เขาวิเคราะห์แล้วพูดขึ้นมาประโยคหนึ่ง “เจียงเจ๋อ จริงๆ แล้วพออยู่ในความมืด คุณแข็งแกร่งกว่าสิ่งลี้ลับทั้งหมดที่นี่ใช่ไหม ผมอยากฟังรายละเอียดทั้งหมด คุณควรจะหงายไพ่ในมือได้แล้วมั้ง คุณรู้ว่าอะไรเป็นอะไรทั้งหมดเลยนี่”

ได้ยินดังนั้น เจียงเจ๋อที่นั่งอยู่ตรงเก้าอี้ทนายความก็ยิ้มน้อยๆ หยิบมันฝรั่งทอดรสแตงกวาบนโต๊ะเข้าปากอย่างสบายอารมณ์

“นายฉลาดมาก แต่นายเข้าใจผิดแล้ว”

“เทียร์หนึ่งคือ... ผู้พิพากษากับคนร้ายแข็งแกร่งที่สุด ไม่มีสิ่งลี้ลับตัวไหนสู้สองคนนี้ได้”

“เทียร์สองคือทนายความที่ผู้ถูกเลือกสวมบทบาท เพราะพวกเราได้รับการเสริมแกร่งตอนอยู่ในความมืด”

“ตอนนี้มีผู้ถูกเลือกจากประเทศอื่นน้อยมากที่รู้ความลับข้อนี้ พวกเขาคงกำลังพัวพันและต่อรองกับสิ่งลี้ลับพวกนี้อยู่แน่ ถ้าผู้เล่นไม่ตระหนักว่าจริงๆ แล้วตัวเองแข็งแกร่ง พวกเขาก็พร้อมจะถูกสิ่งลี้ลับตัวไหนก็ได้ปั่นหัวเล่น หรือถึงขั้นถูกฆ่าทิ้ง”

“ส่วนเทียร์สามคือนิติเวช ตำรวจ ญาตินักธุรกิจ และญาติคนร้าย”

“เทียร์สี่คือเด็กผู้หญิง”

ได้ยินดังนั้น โคนันวางหนังสือพิมพ์ในมือลง จ้องมองเจียงเจ๋อ “คุณรู้จริงๆ ด้วยว่ากฎข้อไหนจริงข้อไหนเท็จ ในเมื่อได้ข้อสรุปว่าในความมืดคุณแข็งแกร่งเป็นอันดับสาม งั้นทำไมพวกเราไม่ฉวยโอกาสตอนที่ได้เปรียบเป็นฝ่ายบุกก่อนล่ะ”

“ที่นายว่าฝ่ายบุกหมายความว่ายังไง?”

“เข้าร่วมฝ่ายคนร้าย จัดการผู้พิพากษา นิติเวช ตำรวจ ญาตินักธุรกิจ ถ้าฆ่าศัตรูทิ้งให้หมด งั้นพวกเราก็จะรอดชีวิตไปได้ใช่ไหม”

ถ้าอยู่ในโลกปกติ โคนันไม่มีทางพูดแบบนี้แน่

เพราะเขาเกลียดชังฆาตกรเข้าไส้!

แต่ที่นี่คือโลกอาถรรพ์ สิ่งมีชีวิตทั้งหมดไม่ใช่มนุษย์ ในเมื่อไม่ใช่มนุษย์ การตัดสินใจสังหารทิ้งจึงไม่มีอุปสรรคทางจิตใจ

พอได้ยินแบบนี้ รอยยิ้มบนหน้าเจียงเจ๋อเริ่มฉายชัดขึ้นกว่าเดิม “นายฉลาดมาก ฉลาดจนฉันทึ่งในตัวนายเลย ใช่ ตั้งแต่เข้ามาในด่านนรกภูมิเก้าดาว ฉันก็ทำแบบนี้มาโดยตลอด เพียงแต่ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลา”

สิ้นเสียงพูด โคนันมองค้อนเจียงเจ๋อ “คุณนี่น่ากลัวจริงๆ เหลี่ยมจัดยิ่งกว่าใครทุกคนที่ผมเคยเจอมาเลย!”

ได้ยินบทสนทนาของทั้งสองคน ผู้ชมก็อดตัวสั่นเทาไม่ได้

“คนอื่นเขาคิดหาวิธีหนีสิ่งลี้ลับแทบตาย แต่นายคนนี้กลับทำตรงข้าม พอเข้าดันเจี้ยน คุ้นเคยกับกฎปุ๊บก็เริ่มไล่ล่ากลับเลยเหรอ”

[ชาวเน็ตประเทศเยอรมนี] “ถ้าไล่ล่ากลับจะไม่ผิดกฎแล้วโดนลบหายไปหรือไง...!”

[ชาวเน็ตไอซ์แลนด์] “ฉันเพิ่งมา ขอถามหน่อย คนจีนนี่มีความคิดไร้เทียมทานแบบนี้ทุกคนเลยเหรอ...!”

[ชาวเน็ตประเทศเกาหลี] “ของปลอมชัวร์ ใครจะไปมองกฎออกอย่างทะลุปรุโปร่งตั้งแต่เจอครั้งแรก เป็นไปไม่ได้หรอก...!”

“ถึงฉันจะไม่เข้าใจ แต่ก็รู้สึกทึ่งมาก!”

“เขาแปลกประหลาดมาก แต่ก็มั่นใจมาก ถึงจะแต่งตัวซอมซ่อ แต่พออยู่ใกล้เขาแล้วกลับรู้สึกอุ่นใจสุดๆ ฉันเริ่มชอบเจียงเจ๋อซะแล้วสิ”

“เห็นด้วย”

ในขณะที่ผู้ชมกำลังวิพากษ์วิจารณ์กันเซ็งแซ่ เหล่าผู้เชี่ยวชาญก็ได้รู้ข้อมูลที่ซ่อนอยู่มากขึ้น

พวกเขาบันทึกข้อมูลลงในแฟ้มทีละข้อ

“ดูท่าพ่อหนุ่มเจียงเจ๋อคนนี้จะมีไอคิวสูงกว่าที่พวกเราคิดไว้ซะอีก!”

“ใช่ มองกฎนรกภูมิ 9 ดาวออกตั้งแต่แวบแรก ถ้าไม่เห็นกับตา ฉันคงไม่เชื่อแน่”

“ที่ฉันสงสัยคือ... เขากับโคนันสองคนจะไล่ล่ากลับทั้งสนามได้ยังไง นี่มันนิทานหลอกเด็กชัดๆ”

“...”

ในขณะที่ผู้เชี่ยวชาญรู้สึกว่าแผนการไล่ล่ากลับของเจียงเจ๋อไม่น่าจะเป็นไปได้

“ปัง ปัง ปัง!”

เสียงเคาะประตูครั้งที่สี่ทำลายความเงียบงันลง

พอได้ยินเสียงเคาะประตู เจียงเจ๋อกับโคนันสบตากัน แล้วพูดออกมาพร้อมกัน “ญาตินักธุรกิจ!”

“เชิญครับ!”

ประตูถูกผลักออก สิ่งลี้ลับในคราบชายวัยกลางคนรูปร่างอ้วนท้วมสวมสูทก้าวเข้ามา

เพียงแต่สิ่งลี้ลับตนนี้ดูค่อนข้างปกติ สีหน้าเผยความกังวลออกมา

“นั่งสิ คุณญาตินักธุรกิจ ไม่ต้องเกร็ง มีอะไรก็พูดมา” เจียงเจ๋อกวักมือ บอกให้อีกฝ่ายไม่ต้องตื่นตระหนก

ฉากนี้ ทำเอาผู้ชมถึงกับพูดไม่ออก

สิ่งลี้ลับเคยทำตัวว่าง่ายขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่

เรื่องผิดวิสัยนี้ต้องมีเงื่อนงำแน่!

สิ่งลี้ลับอ้วนท้วมตนนั้นคือญาติของนักธุรกิจที่ถูกสังหาร พอนั่งลงที่เก้าอี้ปรึกษาความ อีกฝ่ายก็เอ่ยปากถาม “คุณทนาย คุณจะปิดคดีได้เมื่อไหร่ ถ้าถึงวันที่เจ็ดแล้วยังไม่ปิดคดี พอคนร้ายถูกปล่อยตัว พวกเราทุกคนที่นี่จะตายกันหมด”

“ตายกันหมด?”

สำหรับเจียงเจ๋อที่รู้กระบวนการทั้งหมด เขาแค่ย้อนถามกลับไปอย่างขบขัน “งั้นก็ดีเลยไม่ใช่เหรอ”

“นั่นรวมถึงคุณด้วย คุณก็จะตาย!”

“ใช่ ฉันรู้ ฉันรู้ว่าตัวเองจะตาย แล้วไงต่อ”

คำถามนี้ทำเอาญาตินักธุรกิจงุนงงเป็นไก่ตาแตก

ความจริงแล้วสิ่งลี้ลับตนนี้เห็นเหตุการณ์ตอนที่นิติเวชเดินหน้ามุ่ยออกจากสำนักงานทนายความไป

ในฐานะญาตินักธุรกิจ สายตาย่อมเฉียบแหลมเป็นพิเศษ เกรงว่าทนายเจียงคนนี้จะรู้ตัวว่าตัวเองแข็งแกร่งมาก ดังนั้นมันจึงใช้วิธีทั่วไปมาหลอกถามเจียงเจ๋อไม่ได้

“คุณไม่กลัวถูกคนร้ายฆ่าเหรอ” ญาตินักธุรกิจถามด้วยความเคลือบแคลง รูม่านตาบนใบหน้าค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน

เจียงเจ๋อตอบกลับอย่างไม่ยี่หระ “ไม่กลัว คนเราเกิดมาก็ต้องตาย บ้างหนักเสมือนขุนเขาไท่ซาน บ้างเบาเสมือนขนห่าน ขอถามหน่อยสิคุณลุง ความตายของคุณ หนักกว่าขุนเขาไท่ซาน หรือเบากว่าขนห่านกันล่ะ”

คำถามนี้ทำเอาญาตินักธุรกิจอึ้งจนพูดไม่ออก

ถ้าไม่ใช่เพราะสู้ไม่ได้ เขาคงจับคนตรงหน้ากินสดๆ ไปแล้ว!

สิ้นเสียงพูด ผู้ชมต่างพากันงงงวย

“ฉันเป็นใคร ฉันอยู่ที่ไหน ฉันกำลังดูอะไรอยู่?”

“ผู้เข้าแข่งขันประเทศจีนแข็งกร้าวขนาดนี้เลยเหรอ? อีกฝ่ายคือสิ่งลี้ลับนะ สิ่งลี้ลับเชียวนะ!”

“สิ่งลี้ลับแล้วไงล่ะ? ไม่ได้ยินเจียงเจ๋อบอกเหรอว่าเขาคือตัวตนที่แข็งแกร่งที่สุดอันดับสามของที่นี่ ก็แค่สิ่งลี้ลับกระจอกๆ เอง!”

“...”

ทีมผู้เชี่ยวชาญประเทศจีนต่างมองหน้ากันเลิ่กลั่ก อดไม่ได้ที่จะยกมือกุมขมับ

ถ้าเจียงเจ๋อในจอภาพเปลี่ยนเป็นคนอื่น พวกเขาคงก่นด่าไปแล้ว

แต่ใครใช้ให้คนในจอเป็นเจียงเจ๋อล่ะ ไม่ว่าจะทำยังไง แต่สุดท้ายวิธีของเจียงเจ๋อก็ต้องถูกต้องแน่นอน!

นอกจากนี้ เหล่าผู้เชี่ยวชาญยังตระหนักถึงลำดับเหตุการณ์นี้

ผู้เชี่ยวชาญรูปร่างท้วมคนหนึ่งอธิบาย “ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด... คนร้ายคงเป็นคนฆ่านักธุรกิจที่ตายไปแล้ว และสิ่งลี้ลับตรงหน้านี้คือญาตินักธุรกิจ พวกเขาร่วมมือกันจับกุมคนร้ายได้ก่อน แต่เนื่องจากขาดหลักฐานที่เป็นรูปธรรม จึงไม่สามารถตัดสินประหารชีวิตคนร้ายได้ ไม่งั้นจะผิดกฎ”

ทนายความร่างผอมอีกคนรับช่วงต่อ “เค้าโครงเรื่องเป็นแบบนี้ไม่ผิดแน่ ถ้าอีกเจ็ดวันผู้ถูกเลือกยังหาหลักฐานไม่เจอ คนร้ายก็จะถูกปล่อยตัวพ้นผิด พวกผู้เล่นจะถูกฆ่าตาย”

ผู้เชี่ยวชาญหญิงคนที่สามเสนอความเห็น “ทนายความที่ผู้เล่นสวมบทบาทตอนแรกเป็นฝ่ายเป็นกลาง ตามการพัฒนาของเหตุการณ์ ผู้เล่นอาจจะเข้าร่วมฝ่ายผู้พิพากษา หรือไม่ก็เข้าร่วมฝ่ายคนร้าย เมื่อกี้ฉันกวาดตามองรอบหนึ่ง พบว่าผู้ถูกเลือกประเทศอื่นส่วนใหญ่เข้าร่วมฝ่ายผู้พิพากษา และเริ่มค้นหาหลักฐานรอบอาคารศาลกันแล้ว”

พอมองผ่านการวิพากษ์วิจารณ์ง่ายๆ แบบนี้ ลำดับเหตุการณ์ก็เริ่มมีเค้าลาง

เพียงแต่ทำไมเจียงเจ๋อถึงไม่เลือกเข้าร่วมฝ่ายผู้พิพากษากันล่ะ

ดูจากการแสดงออกของเจียงเจ๋อในภาพ เจียงเจ๋อดูเหมือนจงใจจะเข้าร่วมฝ่ายคนร้าย!

ถ้าเข้าร่วมฝ่ายคนร้ายก็หมายความว่าเป็นศัตรูกับทั้งศาล!

ทำแบบนี้มีผลดีอะไรกับเจียงเจ๋อ?

จนถึงตอนนี้ เหล่าผู้เชี่ยวชาญก็ยังไม่เข้าใจ

ในขณะที่ทีมผู้เชี่ยวชาญกำลังปรึกษากัน ญาตินักธุรกิจก็ออกจากสำนักงานไปมือเปล่า

โคนันครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วถามขึ้นในจังหวะนี้เอง

“เจียงเจ๋อ คุณจงใจเมินญาตินักธุรกิจ เพราะมันไม่เก่งเท่าคุณ มันเลยไม่กล้าทำอะไรคุณ เกรงว่าต่อไปพอคุณก้าวออกจากสำนักงานทนายความ คุณจะกลายเป็นศัตรูของสิ่งลี้ลับทั้งหมด ถึงตอนนั้นคนที่เราเชื่อใจได้ก็คงมีแต่ญาติคนร้ายกับเด็กผู้หญิงที่ยังไม่เคยเจอหน้ากันแล้วละ”

“ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด พวกเราเข้าร่วมฝ่ายคนร้ายแล้วใช่ไหมครับ”

..................................................

2,880 คำ

ความคิดเห็น (0)

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น