ตอนที่ 9 องค์กรชุดดำ
เมื่อได้ยินคำถามนั้น เจียงเจ๋อจึงตอบกลับ “ยัง ตอนนี้พวกเรายังเป็นกลาง ถ้าฉันเลือกเข้าร่วมฝ่ายคนร้ายในวันนี้ ฉันคงมีชีวิตอยู่ไม่ถึงวันพรุ่งนี้”
ในชาติที่แล้ว เจียงเจ๋อเลือกเข้าร่วมฝ่ายผู้พิพากษา
ผลปรากฏว่าไม่รู้ญาติคนร้ายไปหาพรรคพวกกลุ่มหนึ่งมาจากไหน ฉวยโอกาสตอนที่เจียงเจ๋อเผลอเข้าเล่นงานเขาจน: [เกมโอเวอร์!]
พอมีบทเรียนจากครั้งก่อน เจียงเจ๋อลองเลือกเข้าร่วมฝ่ายคนร้ายดูใหม่
ผลปรากฏว่าถูกผู้พิพากษา ตำรวจ และนิติเวชล่วงรู้เข้า รีบมารุมจัดการเจียงเจ๋อทันที: [เกมโอเวอร์ อะเกน]
หลังจากลองผิดลองถูกนับครั้งไม่ถ้วน เขาเลือกที่จะวางตัวเป็นกลางจนถึงวันที่เจ็ด
เพราะวันที่เจ็ดคือเวลาแห่งการพลิกเกม!
“ทำไมพวกเราต้องเข้าร่วมฝ่ายคนร้าย ผมคิดว่าคุณต้องมีเหตุผลที่ลึกซึ้งกว่านั้นแน่!”
“พอถึงวันที่เจ็ด นายจะรู้ทุกอย่างเอง”
“งั้นที่คุณบอกให้ผมฆ่าคุณในวันที่เจ็ด หมายความว่ายังไง ทำไมผมต้องฆ่าคุณด้วย?”
“ถึงวันที่เจ็ด ทุกอย่างจะกระจ่างเอง!”
เมื่อเห็นเจียงเจ๋อไม่ตอบอะไรเพิ่มเติม โคนันเลยเลิกซักไซ้ไปโดยปริยาย สัญชาตญาณร้องบอกโคนันว่า... เจียงเจ๋อกำลังปกปิดเบาะแสสำคัญอะไรบางอย่างอยู่ตลอดเวลา!
แต่ถ้าเบาะแสนั้นหลุดรอดออกไป เกรงว่าจะทำให้สถานการณ์ทั้งหมดอยู่เหนือการควบคุมและพลิกผันไปในทางที่คาดไม่ถึง
หลายชั่วโมงต่อมา เจียงเจ๋อเล่าเรื่องการถ่ายทอดสดสู่โลกภายนอกให้โคนันฟัง
โคนันถามด้วยความประหลาดใจ “ที่แท้พวกเราถูกโลกภายนอกจับตามองอยู่ตลอดเหรอครับ คนในโลกความเป็นจริง พ่อแม่ผมก็อยู่ในโลกความเป็นจริงด้วยใช่ไหม?”
สำหรับคำตอบของโคนัน เจียงเจ๋อทำได้เพียงยิ้มแห้งๆ เขาจะบอกไปตามตรงว่า ‘นายเป็นแค่ตัวละครในมังงะและอนิเมะ’ ก็คงไม่ได้
“น่าจะใช่นะ!”
เมื่อได้ข้อสรุปนี้ ใบหน้าของโคนันก็เผยรอยยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว
แต่ครู่ต่อมา โคนันก็ขมวดคิ้ว ทันใดนั้นก็นึกอะไรขึ้นมาได้ “หมายความว่าทั้งหมดนี้ศัตรูของผมก็เห็นด้วยสิ?”
เจียงเจ๋อมองโคนันอย่างอ่อนใจ ก่อนกล่าวปลอบประโยคหนึ่ง “องค์กรชุดดำน่ะเหรอ? นั่นมันแค่องค์กรระดับสามของญี่ปุ่น ทำกร่างได้แค่ในแถบญี่ปุ่น องค์กรกระจอกๆ ที่ดำรงอยู่เพื่อสร้างยาอมตะ นายจะไปกลัวมันทำไม?”
“กระจอก?” โคนันรู้สึกเหลือเชื่อ เจียงเจ๋อก็รู้จักองค์กรชุดดำด้วย!
เขาพูดราวกับองค์กรชุดดำเป็นสิ่งที่ไม่มีค่าจะพูดถึง!
ตกลงเจียงเจ๋อเป็นคนระดับไหนของประเทศจีนกันแน่?
เมื่อเห็นฉากนี้ ผู้ชมต่างพากันสงสัยใคร่รู้
“องค์กรชุดดำคืออะไร?”
“ฉันรู้ ฉันรู้ คือองค์กรที่สวมชุดสีดำไง”
“พูดเป็นเล่น เรื่องนั้นฉันรู้น่า ที่ฉันถามคือองค์กรชุดดำทำอะไร!”
“ใส่เสื้อผ้าสีดำไง!”
“คนข้างบนน่ะ เป็นบ้าเหรอ ฉันถามว่าละครเรื่องอะไร นายบอกละครโทรทัศน์ ฉันถามว่าดูยังไง นายบอกนั่งดูนอนดูก็ได้ ฉันถามว่าดูได้ที่ไหน นายบอกในครัว ในห้องนั่งเล่น ในห้องนอนก็ได้”
“ฮ่าๆๆ นายอยากจะให้ฉันขำตายแล้วฮุบมรดกหนี้สิบล้านของฉันไปหรือไง?”
“...”
บรรยากาศที่เดิมทีค่อนข้างเขย่าขวัญ ถูกคอมเมนต์ป่วนจนกลายเป็นเรื่องตลกไปในพริบตา
ชาวเน็ตต่างชาติที่ทยอยเข้ามาเรื่อยๆ ต่างตกตะลึงกับบรรยากาศในห้องถ่ายทอดสดของประเทศจีน
ประเทศอื่นอย่างน้อยก็วิเคราะห์กฎอย่างยากลำบาก ลองผิดลองถูกกับกฎ แล้วส่วนใหญ่ก็ตายเพราะกฎ
นึกไม่ถึงว่าประเทศจีนจะสามัคคีกลมเกลียวกันขนาดนี้!
......
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว
พอโคนันตื่นนอน เวลาก็ล่วงเลยไปจนถึงตีสาม
เขาลุกขึ้นนั่งบนโซฟา เงยหน้ามองนาฬิกาและเจียงเจ๋อที่กำลังอ่านหนังสืออยู่อย่างงัวเงีย “เพิ่งตีสาม คุณไม่ได้นอนทั้งคืนเลยเหรอ?”
เจียงเจ๋อนั่งข้างโต๊ะอ่านประวัติศาสตร์โลกความเป็นจริง ตอบกลับด้วยท่าทีสบายๆ “ในโลกอาถรรพ์ ฉันไม่ต้องนอน”
“แล้วทำไมผมต้องนอน ผมก็อยู่ในโลกอาถรรพ์เหมือนกันนะ?”
“ฉันคือผู้เล่น นายคือตัวละครอัญเชิญ”
จนถึงตอนนี้ โคนันไม่พูดอะไรอีก เอนกายลงบนโซฟาเตรียมตัวนอนต่อ
ในวินาทีถัดมา เสียงเคาะประตูหนักๆ กลับดังขึ้นอย่างกะทันหัน “ปัง ปัง ปัง!”
โคนันเด้งตัวลุกจากโซฟาทันที ถามว่า “ญาติคนร้ายมาเหรอ?”
“อืม เข้ามา!”
ประตูถูกผลักออก หญิงวัยเกือบ 50 คนหนึ่งเดินเข้ามา
เธอสวมชุดแดงทั้งตัว ผิวซีดเผือด เส้นเลือดสีดำปูดโปนบนร่างชวนสยดสยอง ดวงตาดำสนิท แตกต่างจากพวกสิ่งลี้ลับฝ่ายผู้พิพากษาที่มีดวงตาสีแดงก่อนหน้านี้ลิบลับ
แม้จะดูน่ากลัว แต่สิ่งลี้ลับตนนี้ยังพอมีความศิวิไลซ์อยู่บ้าง จึงนั่งลงที่เก้าอี้ปรึกษาความ
ไม่รอให้สิ่งลี้ลับเอ่ยปาก เจียงเจ๋อชิงถามก่อน “ไปมีเรื่องกับใครมาล่ะ?”
สิ่งลี้ลับหญิงคนนั้นมีสีหน้าเรียบเฉย นัยน์ตาสีดำจ้องเขม็งไปที่เจียงเจ๋อ “นิติเวชไง ทางนิติเวชยังไม่ยอมให้ฉันเข้าไปเยี่ยมลูกชายในห้องขัง ทนายเจียง ตอนนี้ฉันเชื่อใจได้แค่คุณแล้ว บอกฉันสิ... คุณไม่ได้อยู่ฝ่ายเดียวกับไอ้พวกผู้พิพากษาหน้าเนื้อใจเสือพวกนั้นใช่ไหม?”
สำหรับเขาที่รู้ขั้นตอนการผ่านด่านเป็นอย่างดี
ถ้าตอบว่า ‘ใช่’ เท่ากับ ตาย ถูกกลุ่มสิ่งลี้ลับฝ่ายคนร้ายบุกเข้ามาฆ่า
ถ้าตอบว่า ‘ไม่ใช่’ ไม่นานหลังจากนั้นก็ต้องตายเพราะถูกสิ่งลี้ลับฝ่ายผู้พิพากษาฆ่าอยู่ดี
ไม่ว่าจะตอบอย่างไร สำหรับผู้เล่นทั่วไปล้วนคือความตาย
ด่านนี้เป็นด่านที่สำคัญมาก สามารถคัดผู้ถูกเลือกออกได้ถึง 60%!
คำตอบที่แท้จริงมีเพียงหนึ่งเดียว: [เจตจำนงต้องแน่วแน่]
เจียงเจ๋อยิ้มน้อยๆ แล้วตอบ “ญาติคนร้าย คุณรู้แค่ว่า ‘ผมเป็นกลาง’ ก็พอ ผมไม่ได้อยู่ฝ่ายเดียวกับคุณ และไม่ได้อยู่ฝ่ายเดียวกับพวกนั้น”
เป็นไปตามคาด หลังจากญาติคนร้ายฟังจบ ความดำมืดในดวงตาก็สลายไป กลายเป็นตาสีน้ำตาลเหมือนคนปกติ เธอค่อนข้างพอใจกับคำตอบนี้ จึงเอ่ยเตือน “คุณบอกว่าคุณเป็นกลาง งั้นคุณก็ควรวางตัวเป็นผู้สังเกตการณ์ในเรื่องทั้งหมดนี้ ทำแค่สิ่งที่คุณคิดว่าถูกต้อง ฉันจะไม่ตอแยคุณ”
“เด็กผู้หญิงที่อยู่หน้าประตูรู้เรื่องราวทั้งหมด เพราะเธอเห็นเหตุการณ์ตั้งแต่ต้นจนจบ แต่ถูกผู้พิพากษาห้ามไม่ให้พูด และถ้าใครทำให้พูดได้ คนนั้นจะถูกผู้พิพากษากลืนกิน”
“ถ้าคุณทำให้เด็กผู้หญิงพูดความจริงออกมาได้ ฉันจะพาคนของฉันมาแล้วฟังคำสั่งคุณทุกอย่าง ไม่ว่าคุณจะให้พวกเราทำอะไรก็ได้ทั้งนั้น!”
เจียงเจ๋อพยักหน้าโดยไม่ต้องคิด “ผมไม่กลัวผู้พิพากษา และยิ่งไม่กลัวคุณ ส่วนความยุติธรรมเป็นหน้าที่ของผม วางใจเถอะ!”
ได้ยินดังนั้น ญาติคนร้ายถึงได้หันหลังกลับไปอย่างเชื่อใจ
ญาติคนร้ายก็รู้ดีว่าห้ามฝ่าฝืนกฎ แต่คำพูดของเจียงเจ๋อได้แสดงเจตนาชัดเจนแล้ว... เจียงเจ๋อเป็นกลางอย่างแท้จริง!
ในจังหวะที่ญาติคนร้ายกำลังจะปิดประตู เธอก็พูดขึ้นอีกประโยค “คุณควรกลัวผู้พิพากษานะ เขาแข็งแกร่งมาก!”
เจียงเจ๋อรู้ว่านี่ยังคงเป็นการลองเชิง จึงพูดอย่างหนักแน่น “ไม่เลย!”
สิ้นเสียงพูด ญาติคนร้ายถึงได้จากไปอย่างแท้จริง
โคนันที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด เหมือนพอจะเข้าใจเรื่องราวทั้งหมดแล้ว
“ดูท่าแดงกับดำจะออกมาครบแล้วสินะ!”
เจียงเจ๋อหันไปมองโคนันที่โซฟา “ลองว่ามาซิ?”
โคนันเท้าคาง วิเคราะห์ออกมาไม่กี่ประโยค “ดูจากปฏิกิริยาของญาติคนร้าย ฝ่ายดำน่าจะเป็นฝ่ายที่ร้องขอความเป็นธรรม ส่วนฝ่ายแดงคือฝ่ายที่กดขี่ข่มเหง”
“ถ้าผมวิเคราะห์ไม่ผิด... เหตุการณ์ทั้งหมดนี้วนเวียนอยู่กับเรื่องญาติคนร้ายที่ถูกผู้พิพากษากดขี่ข่มเหง!”
ได้ยินดังนั้น เจียงเจ๋อหัวเราะพลางส่ายหน้า “วิเคราะห์ได้ดี แต่ผิดไปจุดหนึ่ง ถึงผู้พิพากษาจะเป็นสิ่งลี้ลับที่แข็งแกร่งที่สุด แต่มันไม่ใช่ผู้กดขี่คนแรก ผู้กดขี่คนแรกตัวจริงคือ ‘ญาตินักธุรกิจ’ ผู้พิพากษาเป็นแค่สิ่งลี้ลับแข็งแกร่งที่เลือกยืนอยู่ข้างญาตินักธุรกิจ!”
“เป็นอย่างนี้นี่เอง!” โคนันพยักหน้าเงียบๆ ขณะครุ่นคิดต่อไป
เห็นฉากนี้ ผู้ชมต่างวิพากษ์วิจารณ์กันเซ็งแซ่
“เอาจริงดิ ญาติคนร้ายไปง่ายๆ งี้เลย?”
“ราบรื่นเกินไปแล้ว ห้องถ่ายทอดสดประเทศจีนแทบไม่มีความท้าทายเลย!”
“ใช่ ฉันเพิ่งมาจากประเทศอื่น พวกนั้นส่วนใหญ่ตายกันหมด ไม่ถูกคนร้ายฆ่าก็โดนฝ่ายผู้พิพากษาฆ่า”
“สถานการณ์ที่ต้องตายสถานเดียวกลับคลี่คลายง่ายดายแบบนี้ ยอมใจเลย”
“ตายสถานเดียว? เด็กผู้หญิงคนต่อไปต่างหากของจริง ผู้เล่นส่วนใหญ่น่าจะตายในด่านเด็กผู้หญิงนี่แหละ!”
“...”
อีกด้านหนึ่ง
จอห์น สมิธ เจอการสอบถามจากญาติคนร้ายในรอบนี้เช่นกัน
เพียงแต่จอห์นเห็นญาติคนร้ายบาดเจ็บ แต่กลับไม่ได้เอ่ยปากถามว่า ‘ไปมีเรื่องกับใครมา’ ทำให้เขาไม่ได้รับเบาะแสสำคัญ
..................................................................
ความคิดเห็น (0)
เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น