ความชำนาญ 007 ไร้ช่องโหว่
ความชำนาญ 007 ไร้ช่องโหว่
เขาครุ่นคิดอยู่นาน ในที่สุดก็ทำได้เพียงเปิดโทรศัพท์มือถือเพื่อดูข้อกฎหมายอย่างละเอียด
แม้ว่าพฤติกรรมเตรียมตัวนาทีสุดท้ายเช่นนี้จะเป็นสิ่งที่เขาเคยดูถูกมาก่อน แต่นาทีนี้ไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว ยังไงเสียเขาก็ไม่ได้เรียนจบสายกฎหมาย
ไม่มีทางเลือก คนที่ไม่มีทั้งเงินและอำนาจอย่างเขา ไม่มีใครให้พึ่งพาได้เลย ทำได้เพียงใช้วิธีนี้เพื่อหาทางออก
เมื่อเกี่ยวข้องกับอนาคตที่ไม่แน่นอนของตัวเอง ลู่เหรินจึงจริงจังอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เขาสาบานเลยว่าถ้าตอนมัธยมปลายมีความมุ่งมั่นขนาดนี้ ต่อให้ไอคิวลดลงไปห้าสิบ มหาวิทยาลัยชิงหัวหรือเป่ยต้าก็คงเลือกเข้าได้สบาย ๆ...
สี่ชั่วโมงต่อมา ในที่สุดลู่เหรินก็วางโทรศัพท์มือถือที่แบตเตอรี่ใกล้จะหมดไว้ข้าง ๆ เพื่อชาร์จไฟ สีหน้าของเขาผ่อนคลายลง
ด้วยความรวดเร็วในการคิดวิเคราะห์ของสมองที่ไม่เคยมีมาก่อน ตอนนี้เขามีความมั่นใจถึงแปดส่วนในการเผชิญหน้ากับการสืบสวนของอัยการ
นี่คือคดีที่รับมือยากสุด ๆ อย่างไม่ต้องสงสัย ต่อให้เป็นคนเถื่อนเหนือกฎหมายอย่างจางซานก็คงไม่เคยเจอคดีประหลาดแบบนี้มาก่อน และคดีที่ไม่เคยมีมาก่อนเช่นนี้ ก็ต้องดูว่ามีหลักฐานแน่ชัดมากน้อยแค่ไหน
ส่วนตอนนี้ ภายในอุโมงค์ตู้ย่าโข่วไม่มีกล้องวงจรปิด หวังกังและพวกอีกสามคนหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย แม้ว่าภายในรถจะมีร่องรอยเส้นผมของพวกจางชิงหย่าทั้งสามคน แต่ที่น่าโชคดีก็คือไม่มีคราบเลือด และไม่มีร่องรอยการต่อสู้ใด ๆ ดังนั้นในฐานะเหยื่อ เขาสามารถใช้อีกวิธีหนึ่งในการอธิบายความจริงได้
ครึ่งเดือนต่อมา อาการบาดเจ็บของลู่เหรินฟื้นตัวไปกว่าครึ่ง ลู่เหรินที่ผ่านการสอบปากคำจากตำรวจมาหลายครั้งรับมือได้อย่างไร้ช่องโหว่ เขายืนกรานกระต่ายขาเดียวว่าตัวเองถูกทั้งสามคนโจมตีจนต้องหนีเอาชีวิตรอด ส่วนพวกหวังกังก็หลบหนีไปเพราะกลัวความผิด
ในสถานการณ์ที่ไม่มีหลักฐานเช่นนี้ ต่อให้เป็นการคาดเดาจากมุมมองส่วนตัวก็ไม่มีมูลความจริงใด ๆ
เรื่องนี้ทำให้ทางตำรวจที่หาเบาะแสไม่ได้รู้สึกจนปัญญา พวกเขาแทบจะรื้ออุโมงค์นั้นทิ้งอยู่แล้วก็ยังไม่พบอะไร ดังนั้นต่อให้มีการยื่นฟ้อง ลู่เหรินก็มีโอกาสสูงมากที่จะถูกปล่อยตัวในชั้นศาล
หวังกัง หลัวจื่อเซวียน และจางชิงหย่าทั้งสามคนราวกับระเหยหายไปจากโลกนี้ หาข้อพิสูจน์ใด ๆ ไม่พบเลย
จนถึงขั้นมีหลายคนสงสัยว่าพวกหวังกังทั้งสามคนจู่โจมตีลู่เหรินกะทันหันจริง ๆ ลู่เหรินหนีรอดมาได้ พวกหวังกังเห็นว่าเรื่องไม่สำเร็จจึงหลบหนีไปเพราะกลัวความผิด
……
……
“สามสิบเอ็ด... ห้าสิบหก... เจ็ดสิบสาม...”
ลู่เหรินใช้สองมือยันพื้น ร่างกายเหยียดตรงขึ้น กล้ามเนื้อแขน กล้ามเนื้อหน้าอก และกล้ามเนื้อสะบักสั่นระริกเล็กน้อย เหงื่อท่วมตัว ความปวดเมื่อยและอ่อนแรงจู่โจมสมองระลอกแล้วระลอกเล่า ทว่าบนใบหน้าของเขากลับมีความรู้สึกขัดแย้งของความเจ็บปวดที่แฝงไปด้วยความสุข
[ติ๊ง! คุณวิดพื้นอย่างต่อเนื่อง ค่าความชำนาญด้านพละกำลัง +1 ค่าความชำนาญด้านกายภาพ +1]
[ติ๊ง! คุณวิดพื้นอย่างต่อเนื่อง ค่าความชำนาญด้านพละกำลัง +1 ค่าความชำนาญด้านกายภาพ +1]
[ติ๊ง! คุณทำอย่างต่อเนื่อง...]
หลังจากวิดพื้นครบสามร้อยครั้ง ลู่เหรินก็ทรุดตัวลงนอนแผ่กับพื้นทันที ได้ค่าความชำนาญเพิ่มมาแค่สามแต้ม การวิดพื้นหนึ่งร้อยครั้งเพิ่มขึ้นหนึ่งแต้ม แต่ลู่เหรินสามารถรับรู้ได้อย่างชัดเจนว่าเรี่ยวแรงของตัวเองเพิ่มขึ้นเล็กน้อยอย่างเห็นได้ชัด
การพัฒนาที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่าเช่นนี้น่ากลัวมากทีเดียว
แผงค่าความชำนาญนี้แสดงความคืบหน้าทุกวินาทีของลู่เหรินตามเวลาจริง
ในการเรียนหรือการออกกำลังกายของคนทั่วไป เมื่อทุ่มเทเป็นเวลานานแล้วไม่ได้รับผลตอบแทน ความกระตือรือร้นก็จะค่อย ๆ ลดลงจนกระทั่งยอมแพ้ไปในที่สุด
ทำไมเกมถึงทำให้คนติดได้มากมายขนาดนี้ ก็เพราะข้อมูลในวิดีโอเกมสามารถให้ผลตอบรับกลับมาได้ทันที แค่ลงมือทำก็ย่อมมีผลตอบแทนอย่างแน่นอน
ดังนั้นแม้ว่าแผงค่าความชำนาญนี้จะยังไม่แสดงฟังก์ชันอื่น ๆ ออกมาในตอนนี้ แต่แค่การบันทึกความก้าวหน้าในทุกชั่วขณะของตัวเอง ก็ถือเป็นสิ่งที่โกงสุด ๆ อย่างมิต้องสงสัย
หลังจากอาการบาดเจ็บหายไปกว่าครึ่ง ลู่เหรินก็เริ่มแผนการออกกำลังกายของตัวเอง แม้ว่าจะยังออกจากห้องพักผู้ป่วยไม่ได้ชั่วคราว แต่การออกกำลังกายหลายอย่างก็สามารถทำในห้องได้
ยกเข่าสูง สควอทจัมป์ เบอร์ปี วิดพื้น หกสูงดันพื้น และการเคลื่อนไหวอื่น ๆ อีกมากมาย
ในเวลาเพียงหนึ่งเดือน ค่ากายภาพและพละกำลังบนแผงสถานะของลู่เหรินก็เพิ่มขึ้นอย่างละหนึ่งแต้ม
ผลลัพธ์ที่ได้น่าพอใจมาก จากการคำนวณคร่าว ๆ พละกำลังพื้นฐานคือ 5 หากคำนวณตามสัดส่วนหนึ่งแต้ม การเพิ่มค่าพละกำลังจะไปเพิ่มพละกำลังเดิมโดยตรงประมาณ 25% ข้อมูลที่ตอบสนองกลับมานี้สะท้อนให้เห็นในร่างกายของเขาโดยตรง
น่าเสียดายอย่างเดียวคือห้องพักผู้ป่วยเล็กเกินไป ขยับตัวไม่สะดวก มิฉะนั้นเขาคงอยากลองฝึกวิ่งระยะไกลเพื่อเพิ่มความคล่องตัวดูบ้าง
ประตูห้องพักผู้ป่วยถูกเปิดออกกะทันหัน ซ่งจิ้งเสียนเดินเข้ามามองลู่เหรินที่ยังคงออกกำลังกายอย่างไม่รีบร้อน และพูดอย่างไม่เกรงใจว่า “ลู่เหริน ตอนนี้นายออกจากโรงพยาบาลได้แล้ว แต่จำเอาไว้ว่า ภายในระยะเวลาสามเดือนนี้ห้ามออกจากเมืองสู่ตู ต้องไปรายงานตัวที่สถานีตำรวจท้องที่เดือนละครั้ง หากไม่ไปรายงานตัวตามเวลาที่กำหนด เราจะขึ้นบัญชีนายเป็นผู้หลบหนีและออกหมายจับทันที”
[ติ๊ง! ตำรวจหญิงคนสวยแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งที่ไม่สามารถจับกุมคุณได้ และในใจก็แสดงความเกลียดชังอย่างลึกซึ้ง ยิ่งกว่านั้นความเกลียดชังยังแปรเปลี่ยนเป็นความรัก เตรียมพร้อมที่จะ...]
จะจบหรือไม่จบ!!!
ลู่เหรินที่กำลังซิทอัพไม่ได้หยุดการเคลื่อนไหว เหงื่อไหลเป็นทาง เขาหอบหายใจหนักและพูดว่า “ขอบคุณคุณตำรวจ ดูเหมือนพวกคุณจะไม่ตั้งใจยื่นฟ้องฉันแล้วสินะ”
แม้ว่าเงื่อนไขที่ซ่งจิ้งเสียนเสนอมาจะน่าอึดอัดใจอยู่บ้าง แต่สำหรับลู่เหรินแล้ว ขอแค่ออกไปได้ก็พอ ใช้ชีวิตอย่างสงบเสงี่ยมตลอดสามเดือนนี้ ตราบใดที่ตำรวจหาหลักฐานใหม่ไม่ได้ ทุกอย่างก็ไม่มีปัญหาแล้ว
ไม่มีเหตุผลให้ต้องยื่นฟ้องจริง ๆ แม้ว่าบนตัวของลู่เหรินจะมีคราบเลือดของพวกหวังกังทั้งสามคน แต่ก็ไม่พบศพ ทำได้เพียงระบุว่าอีกฝ่ายหายตัวไป ในสถานการณ์ที่หลักฐานไม่เพียงพอ คำให้การของลู่เหรินจึงเป็นเบาะแสเดียว ยิ่งไปกว่านั้นร่องรอยการถูกทำร้ายบนร่างกายของลู่เหรินก็เป็นเครื่องยืนยันว่าเขาถูกโจมตีถึงชีวิต
แต่กลับหาพวกหวังกังทั้งสามคนไม่พบเลย คดีนี้แปลกประหลาดมาก ลู่เหรินรู้เรื่องราวทั้งหมดชัดเจนแท้ ๆ แต่ในสถานการณ์ที่หลักฐานไม่เพียงพอ เว้นแต่ลู่เหรินจะยอมรับปากเปล่า คดีนี้ก็ไม่มีเบาะแสใด ๆ เลย
ช่วงนี้พวกเขาแทบจะพลิกพื้นที่รอบอุโมงค์ตู้ย่าโข่วจนหมดแล้ว แต่ก็ยังไม่พบเบาะแสใด ๆ
ขาดแค่ทุบอุโมงค์ตู้ย่าโข่วทีละส่วนเพื่อค้นหาเท่านั้น
เมื่อเห็นท่าทางสงบนิ่งอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ของลู่เหริน ซ่งจิ้งเสียนก็แค่นเสียงเย็นชาและพูดด้วยความรังเกียจว่า “ฉันจะต้องจับนายมาลงโทษตามกฎหมายให้ได้!”
[ติ๊ง! ซ่งจิ้งเสียนกดติดตามคุณแล้ว]
ลู่เหรินไม่รู้จะบ่นอะไรกับเรื่องนี้ดี
ลู่เหรินหยุดการเคลื่อนไหว อวดกล้ามเนื้อที่เริ่มมีส่วนโค้งเว้าเล็กน้อยของตัวเอง และพูดอย่างจริงจังว่า “หวังว่าคุณตำรวจซ่งจะบังคับใช้กฎหมายอย่างยุติธรรม อย่าเอาอารมณ์มาปะปนกับงาน รีบจับกุมตัวคนร้ายเจ้าเล่ห์ที่พยายามฆ่าฉันทั้งสามคนอย่างหวังกังมาลงโทษตามกฎหมายให้ได้โดยเร็วนะ!”
เมื่อซ่งจิ้งเสียนได้ยินก็โกรธจนมือสั่น แทบอยากจะพุ่งเข้าไปชกหน้าเขา
เมื่อมองดูซ่งจิ้งเสียนที่เดินจากไปด้วยความโกรธจัด ลู่เหรินก็ส่ายหน้าเล็กน้อย ทำหน้าตากวนประสาทราวกับทุกคนเมามายมีเพียงตนที่ตื่นอยู่ เขาเดินไปอาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า และทำเรื่องออกจากโรงพยาบาล
“อะไรนะ 45,000?!!”
ลู่เหรินมองใบแจ้งหนี้ค่ารักษาพยาบาลในมือด้วยสีหน้าย่ำแย่สุด ๆ นอนโรงพยาบาลเกือบเดือน หมดเงินไปเยอะขนาดนี้เลยเหรอ?! แถมยังเบิกค่ารักษาพยาบาลไม่ได้ด้วย?!
เกินไปหน่อยแล้ว!
เมื่อเห็นท่าทางลำบากใจของลู่เหริน พยาบาลที่คิดเงินจึงถามว่า “เงินไม่พอเหรอ?”
ลู่เหรินส่ายหน้าเบา ๆ “ไม่พอ”
พยาบาลล้วงใบเสร็จออกมาส่งให้ลู่เหรินอย่างชำนาญ “ไม่เป็นไร สามารถผ่อนชำระเป็นงวดได้ ภายในสามเดือนไม่ต้องจ่ายเงิน ให้เวลาคุณไปหาเงินมา จากนั้นก็โอนยอดผ่อนชำระรายเดือนเข้าบัญชีนี้ก็พอ”
[จบตอน]
ความคิดเห็น (0)
เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น