หมัดเทวะ 008 ความก้าวหน้าที่เห็นได้ด้วยตาเปล่า

หมัดเทวะ 008 ความก้าวหน้าที่เห็นได้ด้วยตาเปล่า

หมัดเทวะ 008 ความก้าวหน้าที่เห็นได้ด้วยตาเปล่า

พนักงานรักษาความปลอดภัย หน้าที่หลักที่สุดก็คือการรักษาความปลอดภัยไม่ใช่หรือ?

ดังนั้นการเปิดใช้งานอาชีพพนักงานรักษาความปลอดภัยในครั้งนี้ ก็ถือว่าเป็นไปตามสมควรแล้ว

[คุณเปิดใช้งานอาชีพใหม่ “พนักงานรักษาความปลอดภัย” !]

หน้าต่างระบบกะพริบเบาๆ

[อาชีพ: พนักงานรักษาความปลอดภัย LV.1 (1/100)]

[ทักษะ: ลาดตระเวน LV.1 (1/100)]

ไม่มีพรสวรรค์อาชีพเหมือนตอนที่เปิดใช้งานนักสู้ นั่นน่าจะเป็นสิ่งดีๆ ที่จะถูกกระตุ้นขึ้นมาก็ต่อเมื่อเป็นอาชีพที่ทรงพลังและมีศักยภาพเป็นพิเศษบางอย่างเท่านั้น

[ต้องการยืนยันให้อาชีพ “พนักงานรักษาความปลอดภัย” เป็นอาชีพหลักหรือไม่?]

ไม่!

อาชีพธรรมดาแบบนี้ แน่นอนว่าต้องเอาไว้เป็นอาชีพรอง เลื่อนระดับไปตามปกติก็พอ ถึงเวลาขุนจนอ้วนแล้วค่อยนำมาสกัดแต้มศักยภาพ เพื่อหล่อเลี้ยงอาชีพหลัก

ความคิดของไป๋เซียวแจ่มชัดยิ่งนัก

สองนาทีต่อมา เรื่องวุ่นวายเล็กๆ บนโต๊ะก็จบลง

ชายเสื้อเชิ้ตลายดอกถูกควบคุมตัวไว้ ไป๋เซียวถอยฉากออกไปอยู่ด้านข้างเงียบๆ

เขาล้วงช็อกโกแลตออกมาจากกระเป๋า โยนเข้าปากเคี้ยว

รสชาติขมฝาดและเนียนนุ่มแผ่ซ่านเต็มช่องปาก ไหลลื่นลงคอไป

“เฮ้ ไป๋เซียว ฝีมือไม่เบาเลยนี่ ไปเรียนวิชาจับกุมแบบนี้มาตั้งแต่เมื่อไหร่ ฝึกมาโดยเฉพาะเลยเหรอ?” พนักงานรักษาความปลอดภัยวัยกลางคนอายุราวสามสิบปีหันมาถาม ใบหน้าธรรมดา คิ้วดกดำ หน้าตาดูเป็นมิตรมาก

หวังผิง

คนที่มนุษยสัมพันธ์ดีที่สุดในกลุ่มพนักงานรักษาความปลอดภัย ใครๆ ก็สามารถคุยด้วยได้สองสามประโยค

ไป๋เซียวเคี้ยวช็อกโกแลตในปาก กำลังจะตอบกลับ

ด้านหน้า ผู้จัดการแผนกรักษาความปลอดภัยที่สวมเสื้อเชิ้ตสีขาว หวีผมเรียบแปล้ พุงพลุ้ยเดินจ้ำอ้าวเข้ามา เขามองไป๋เซียวแล้วกล่าวชื่นชม

“ไป๋เซียว เลิกงานแล้วมารับเงินโบนัส เจ็ดร้อย”

เป็นระบบรางวัลและบทลงโทษที่ปกติมาก ไป๋เซียวหยุดยั้งการต่อสู้ที่อาจเกิดขึ้นได้ ดังนั้นแผนกรักษาความปลอดภัยจึงให้รางวัลเป็นเงินสดกับเขา ถือเป็นการทำตัวเป็นแบบอย่างให้กับพนักงานรักษาความปลอดภัยคนอื่นๆ เพื่อให้พวกเขากล้าปฏิบัติหน้าที่ของตนเอง

หลังจากทุกอย่างจบลง สถานบันเทิงยามค่ำคืนทั้งหมดก็กลับคืนสู่บรรยากาศเดิมอีกครั้ง

สนุกสุดเหวี่ยง! สนุกสุดเหวี่ยงไปเรื่อยๆ! สนุกสุดเหวี่ยงไปจนถึงตีสอง

ที่โซนพนักงานของบาร์วิหคซากุระ ไป๋เซียวไปรับเงินโบนัสกลับมาแล้ว

เขาอารมณ์ดีไม่น้อย ทั้งเปิดใช้งานอาชีพพนักงานรักษาความปลอดภัยได้สำเร็จ แถมยังมีเงินให้รับ

เปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จ ไป๋เซียวก็เดินตรงไปทางประตูหลัง

ระหว่างทาง บังเอิญเจอหวังผิงที่เข้ามาทักทายก่อนหน้านี้

ทั้งสองเริ่มพูดคุยสัพเพเหระกัน

ตอนแรก ไป๋เซียวไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่นัก

จนกระทั่งหวังผิงเริ่มพูดถึงข่าวลือเล็กๆ น้อยๆ ของเมื่อคืน

เขาบอกว่าเมื่อคืน มีหญิงสาวหายตัวไปที่ย่านอู๋ถง ผ่านไปหนึ่งวันแล้วก็ยังหาไม่พบ ว่ากันว่าอาจจะถูกคนอื่นหิ้วปีกไป

ตอนที่หวังผิงพูด สีหน้าดูมีความหมายแฝงเร้น แอบอิจฉาเล็กน้อยด้วยซ้ำ

หญิงสาวที่มาเที่ยวกลางคืน หน้าตาสะสวย รูปร่างเซ็กซี่มีไม่น้อยเลย

แต่งตัวเปิดเผยแถมยังเมามาย ช่างเป็นอาหารจานยั่วน้ำลายเสียจริง

ไป๋เซียวฟังคำพูดของหวังผิง แต่ใบหน้ากลับขมวดคิ้วมุ่น

เพราะเมื่อคืน ตอนที่เขาขี่รถไป เจอคนบ้าหรือคนเสียสติกันแน่?

ไป๋เซียวก็ไม่รู้จะอธิบายอย่างไร เขาเอาแต่รู้สึกว่าเงาดำรูปร่างคล้ายมนุษย์ที่เจอในตรอกเมื่อวานนี้ มีความรู้สึกที่ไม่ใช่มนุษย์อยู่ ชวนให้ขนลุกอย่างบอกไม่ถูก

หญิงสาวหายตัวไป เกี่ยวข้องกับเงาดำเมื่อคืนหรือเปล่า?

ไป๋เซียวคาดเดาอยู่ในใจ แต่ไม่กล้าด่วนสรุป

เพราะบริเวณนี้มีบาร์ ผับ ไนต์คลับเยอะ มีปรากฏการณ์หิ้วปีกอยู่จริงๆ ยิ่งไปกว่านั้นนี่เป็นแค่ข่าวลือของหวังผิง ไม่แน่ว่าอาจจะเป็นเรื่องแต่งก็ได้

หลังจากคุยกันสัพเพเหระอยู่ครู่หนึ่ง ทั้งสองก็แยกย้ายกันไป

ไป๋เซียวคาบช็อกโกแลตชิ้นหนึ่ง ขี่รถคู่ใจของตัวเอง

ครั้งนี้ เขาไม่ได้ทางลัดเข้าซอยอีก แต่ขี่ตามถนนสายใหญ่ที่ไฟสว่างไสวและมีรถวิ่งไม่ขาดสาย มุ่งหน้ากลับบ้านของตัวเอง

ระหว่างทาง ไป๋เซียวยังถูกคนเมาคนหนึ่งทำให้ตกใจ

ตอนที่เขาขี่รถผ่านทางแยก จู่ๆ ก็มีเงาคนโซเซพุ่งออกมาจากด้านข้าง ทำให้ไป๋เซียวนึกว่าเป็นเงาดำรูปร่างคล้ายมนุษย์ที่เจอเมื่อคืน พอเพ่งมองดีๆ ถึงได้รู้ว่า เป็นแค่คนเมาที่ดื่มหนักไปหน่อยเท่านั้นจริงๆ

กลับมาถึงห้องเช่าในหมู่บ้านหยางกวง แสงไฟอันอบอุ่นก็สว่างขึ้น

ในมือของไป๋เซียวหิ้วถุงพลาสติกสีขาวใบหนึ่ง เขาวางมันลงบนโต๊ะริมหน้าต่างเบาๆ ปากถุงเปิดอ้าออก ภายในเป็นกองมื้อดึกอันอุดมสมบูรณ์

เขาต้องการตอบสนองความกระหายสารอาหารของร่างกายนี้ให้ดี

คนฝึกต่อสู้ ฝึกซานต่า จะไม่กินไม่ได้

กินให้มีรูปร่างที่ดี กินให้มีกล้ามเนื้อที่แข็งแรง ถึงจะสู้ได้

ตีสองสี่สิบนาที ไป๋เซียวจบการต่อสู้ดิ้นรน นอนหลับอย่างสงบ

ผ้าม่านเปิดแง้มไว้เล็กน้อย แสงจันทร์อันเย็นเยียบสาดส่องเข้ามาจากด้านนอก อาบไล้โครงร่างท่อนบนของชายหนุ่มที่นอนหลับใหลอยู่บนเตียง

เมื่อเวลาผ่านไปทีละน้อยๆ ความเปลี่ยนแปลงที่เชื่องช้าแต่ยาวนานบางอย่างกำลังเกิดขึ้นอย่างมั่นคง แขนทั้งสองข้างของไป๋เซียวที่โผล่พ้นผ้าห่มออกมา โครงร่างกล้ามเนื้อค่อยๆ นูนขึ้นมา นำมาซึ่งความรู้สึกถึงส่วนโค้งเว้าที่แข็งแกร่ง

ยังพอมองเห็นลางๆ ว่ามีเส้นเลือดสีเขียวหลายเส้นเต้นตุบๆ อยู่ใต้ผิวหนัง

“กริ๊งๆ...”

เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้น แสงแดดสีทองนอกหน้าต่างสาดส่องลงมาที่หัวเตียงแล้ว

ไป๋เซียวลืมตาโพลง รูม่านตาสีดำจ้องมองเพดาน

สายตาเหม่อลอยเล็กน้อย เขารีบลุกขึ้น เลิกผ้าห่มออก

แทบจะในวินาทีต่อมา ไป๋เซียวก็พบความผิดปกติ

แขนของตัวเองหนาขึ้นไม่น้อย โครงร่างกล้ามเนื้อชัดเจนขึ้นมาก

เขารีบลุกขึ้นยืน ถอดเสื้อออก เดินเข้าไปในห้องน้ำ

หน้ากระจก ชายหนุ่มสูงราวหนึ่งเมตรเจ็ดสิบเจ็ดคนหนึ่ง กำลังจ้องมองร่างกายของตัวเองเงียบๆ กล้ามเนื้อหน้าอก กล้ามเนื้อหน้าท้อง หัวไหล่ แขน ล้วนมีกล้ามเนื้อปูดนูนขึ้นมาในระดับที่ต่างกัน นำมาซึ่งความรู้สึกทรงพลัง บนผิวหนังบริเวณใกล้เคียงกับกล้ามเนื้อ ยังมีรอยแตกลายสีแดงเข้มลักษณะคล้ายกิ่งไม้อยู่เป็นแถบ

รูปร่างโดยรวม แม้จะเทียบไม่ได้กับคนที่เล่นกล้ามโดยเฉพาะ

แต่ก็มีความกำยำล่ำสันเกินกว่าคนทั่วไปแล้ว

“นี่คือความเปลี่ยนแปลงของร่างกายที่มาจากการบรรลุซานต่าขั้นสำเร็จย่อยอย่างนั้นเหรอ?”

ไป๋เซียวก้มมองเรือนร่างของตัวเอง พึมพำกับตัวเอง

ฟุ่บ!

จู่ๆ เขาก็ชกหมัดใส่กระจก รวดเร็วดุจสายฟ้าแลบ

หมัดแนบชิดติดผิวกระจก ราวกับกำลังปะทะหมัดกับตัวเองในกระจก

“ดีมาก”

บนใบหน้าของไป๋เซียวเผยรอยยิ้มบางๆ

จากนั้น เขาก็เริ่มจัดการธุระส่วนตัวอย่างรวดเร็ว ล้างหน้าแปรงฟันเปลี่ยนเสื้อผ้า

เดินออกมาจากห้องน้ำ ไป๋เซียวสวมเสื้อเชิ้ตสีฟ้า ใช้มือเดียวคว้ากระเป๋าผ้าใบที่จัดเตรียมไว้เรียบร้อยบนเตียงขึ้นมาพาดบ่า

มืออีกข้างเปิดประตู สายตาเหม่อมองบานประตูเล็กน้อย

[หน้าต่างตัวละคร]

[ตัวละคร: ไป๋เซียว]

[พละกำลัง: 10.1 → 11.0]

[ความเร็ว: 9.6 → 10.1]

[สมรรถภาพกาย: 9.8 → 10.5]

[เจตจำนง: 10.8 → 11.0]

ค่าสถานะสี่มิติล้วนเพิ่มขึ้น ที่โดดเด่นที่สุดคือพละกำลัง +0.9

ที่ยกระดับยากที่สุดคือเจตจำนง เพิ่มขึ้นมาแค่ 0.2

“นี่เป็นเพียงการเริ่มต้นเท่านั้น...”

เสียงกริ๊กดังขึ้น ประตูห้องถูกเปิดออก

เขตผู่เจียง ถนนเหยียนสือ โรงฝึกยุทธ์ไป๋เหนี่ยว

ในโถงฝึกซ้อมหมายเลขสอง การวอร์มอัปและฝึกซ้อมเริ่มขึ้นแล้ว

นักเรียนกว่าสามสิบคนที่สวมชุดฝึกสีเทา กำลังออกหมัดเตะขากันอย่างต่อเนื่อง คนส่วนใหญ่ล้วนทำตามแบบงูๆ ปลาๆ ท่าทางซานต่าแม้จะฝึกมาหลายวันแล้ว แต่ก็ยังดูไม่ได้เลย ยกเว้นสองมุม...

กัวหาวที่จางหงเทาคอยจับตามองมาโดยตลอด เวลาแกว่งแขนก็มีแบบแผนแล้ว ท่าทางและการเคลื่อนไหวทรงพลัง การออกหมัดใกล้เคียงกับมาตรฐาน

เวลาเพียงไม่กี่วันก็สามารถทำได้ถึงระดับนี้ ถือว่าเป็นต้นกล้าชั้นดี

หากจะบอกว่า ทางฝั่งกัวหาวจางหงเทายังพอเข้าใจและชื่นชมได้

ทางฝั่งไป๋เซียว เขากลับไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่นัก

ฟุ่บ ฟุ่บ ฟุ่บ!

ท่าทางซานต่าได้มาตรฐานอย่างผิดปกติ หมัดเท้าปราดเปรียวทรงพลัง ยิ่งไปกว่านั้นตอนที่ร่างกายเคลื่อนไหวก็ไม่มีความรู้สึกแข็งทื่อและจงใจเหมือนกัวหาว ดูลื่นไหลสอดคล้องกันเป็นอย่างมาก ดูแล้วราวกับฝึกซานต่ามาหลายเดือนแล้วอย่างไรอย่างนั้น

“ไอ้หมอนี่... เบิกเนตรอย่างสมบูรณ์แล้วงั้นเรอะ?!”

[จบแล้ว]

2,632 คำ

ความคิดเห็น (0)

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น